Page 12 - การศึกษาศักยภาพการผลิต การตลาดของสหกรณ์การเกษตร เพื่อนำไปสู่การผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการรองรับประชาคมเศรษบกิจอาเซียน
P. 12
บทที่ 1
บทน ำ
1.1 ควำมส ำคัญของปัญหำ
ในปี พ.ศ. 2558 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ ASEAN Economic
ั
Community (AEC) ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศสมาชิกรวมทั้งประเทศไทยมีอตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ื่
ั
มากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดพนธกรณีที่จะต้องเข้าร่วมเจรจากับสมาชิกอาเซียน เพอเปิดเสรีสินค้าและบริการ รวมทั้ง
การลงทุนระหว่างกัน อาเซียนเป็นตลาดใหญ่ภาคการเกษตรของไทย มีโอกาสในการขยายตลาดสินค้าเกษตร
แปรรูป และผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้มากขึ้น ทั้งนี้เกษตรกรจ าเป็นต้องพฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ของตนเองให้
ั
สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียนที่มุ่งเน้นสินค้าที่ผ่านการรับรองมาตรฐานและมี
ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการจัดท าบันทึกข้อตกลงความ
ร่วมมือ (Memorandum Of Understanding; MOU) เรื่องการใช้เครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร
และอาหารให้มีการน าเครื่องหมายรับรอง Q (Quality) เพอแสดงถึงความมีคุณภาพและปลอดภัยในการ
ื่
ผลักดันสินค้าเกษตรไทยให้เป็นที่ยอมรับในตลาดสากล
สถานการณ์การแข่งขันทางการค้าในปัจจุบันทวีความรุนแรงมากขึ้น แต่ละประเทศมีการน า
มาตรการทั้งที่เป็นภาษีและไม่ใช่ภาษีมากีดกันทางการค้าระหว่างกัน ประกอบกับกระแสความนิยมสินค้าและ
ื่
ผลิตภัณฑ์เพอสุขภาพที่เกิดจากกระบวนการผลิตที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ สิงคโปร์นิยมบริโภค
ื่
อาหารเสริมบ ารุงร่างกายโดยเฉพาะอาหารออร์แกนิค มาเลเซียนิยมบริโภคอาหารสดและแปรรูปเพอสุขภาพ
ื่
สิงคโปร์นิยมสินค้าน าเข้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะสินค้าส าเร็จรูปพร้อมปรุงและสินค้าเพอสุขภาพ ทั้งนี้
ั
เกษตรกรจ าเป็นต้องพฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ของตนเองให้ได้มาตรฐาน Q เพอตอบสนองต่อความต้องการ
ื่
ของตลาด และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย
สหกรณ์การเกษตรนับว่ามีบทบาทส าคัญในการขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจการเกษตรทั้ง
ในแง่การลงทุน การผลิต การแปรรูป และการค้าสินค้าเกษตร รัฐบาลได้ตระหนักถึงความส าคัญจึงเร่งให้
ด าเนินนโยบายด้านเกษตรกรรม 2 ด้านหลักคือ 1) การปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับ
ื่
ื
ความต้องการ อาทิ การแบ่งเขตเพอปลูกพชแต่ละชนิด และ 2) การสนับสนุนให้สหกรณ์ของกลุ่มเกษตรกรที่
ื
ื่
ผลิตสินค้าเกษตรเพมบทบาทจากผู้ซื้อพชผล สู่ขั้นตอนการแปรรูปและการส่งออกให้ได้ เพอให้สหกรณ์เป็น
ิ่
ผู้ค้าสินค้าเกษตรรายใหญ่ที่ช่วยคานอานาจจากกลุ่มพอค้าเอกชนในปัจจุบันให้มีความสมดุลมากขึ้น
่
(ราชกิจจานุเบกษา, 2557) สหกรณ์การเกษตรจัดตั้งขึ้นจากสมาชิกที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เพอด าเนิน
ื่
ื่
กิจกรรมร่วมกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพอประโยชน์แก่สมาชิกทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการ
ให้บริการแก่สมาชิกในด้านต่าง ๆ อาทิ การให้เงินกู้ การรับฝากเงิน การรวบรวมผลผลิตการเกษตร
ผลิตภัณฑ์ของสมาชิก การจัดหาวัสดุการเกษตรและเครื่องอปโภคบริโภคมาจ าหน่าย การจัดระบบส่งน้ า การ
ุ
ระบายน้ า การใช้น้ า การส่งเสริมเผยแพร่วิชาการเกษตรและอุตสาหกรรมในครัวเรือน และการให้บริการอน ๆ
ื่
แก่สมาชิก เป็นต้น ในปี 2555 สหกรณ์การเกษตรทั่วไปมีสมาชิกจ านวน 1.84 ล้านคน จากจ านวนสหกรณ์
การเกษตรทั่วไปที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมด 2,299 สหกรณ์ ปริมาณธุรกิจ 102,719.01 ล้านบาท (กรมตรวจบัญชี
สหกรณ์, 2556) คิดเป็นร้อยละ 0.90 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)

