Page 237 - การศึกษาศักยภาพการผลิต การตลาดของสหกรณ์การเกษตร เพื่อนำไปสู่การผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการรองรับประชาคมเศรษบกิจอาเซียน
P. 237
167
2. สหกรณ์ควรด าเนินการส่งเสริมเกษตรกรสมาชิกให้ผลิตสินค้าเกษตรที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน
ื่
ื้
พยายามมุ่งเน้นส่งเสริมการผลิตและแปรรูปสินค้าทีมีความโดดเด่น และความเหมาะสมกับพนทีเพอให้สมาชิก
สามารถผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือน และที่เหลือน ามาจ าหน่ายให้แก่สหกรณ์ได้
3. สหกรณ์ควรวางแผนการผลิตของสหกรณ์ ให้เหมาะสมตามการเก็บเกี่ยวผลผลิตของเกษตรกรในแต่
ละช่วง
ั
4. สหกรณ์ควรรับซื้อผลผลิตที่ผ่านการรับรองมาตรฐานในราคาสูงกว่าราคาตลาด และเป็นพนธมิตร
กับเอกชน โดยรับซื้อผลผลิตที่ได้รับมาตรฐานจากสมาชิกที่เกินก าลังการผลิตของสหกรณ์ในราคาที่สูงกว่าราคา
ปกติ
5. สหกรณ์ควรส่งเสริม สนับสนุน ให้ความรู้แก่สมาชิก ในด้านการผลิตสินค้าที่มีมาตรฐาน เป็นมิตร
ต่อสิ่งแวดล้อม การลดต้นทุนการผลิต การวางแผนการผลิตเพอไม่ให้ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกัน รวมทั้ง
ื่
ด้านโลจิสติกส์
6. สหกรณ์ควรสร้างเครือข่ายระหว่างสหกรณ์ที่ผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน หรือสหกรณ์ทีผลิตสินค้าเออ
ื้
ประโยชน์ต่อกัน เพื่อเป็นประโยชน์ทางการค้า และสร้างอ านาจการต่อรองกับคู่ค้า
7. สหกรณ์การเกษตรควรหาพนธมิตรการค้าเพอร่วมมือกันท าธุรกิจส่งออก โดยอาศัยกลไกภาครัฐ
ื่
ั
เป็นผู้ประสานเชื่อมโยงระหว่างนักธุรกิจทั้งใน และต่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแทนจ าหน่าย กับสหกรณ์ผู้ผลิต
เนื่องจากสหกรณ์ไม่มีความรู้ในการส่งออก ไม่มีความช านาญในตลาดต่างประเทศ
ภาครัฐ
ั
จากผลการศึกษาที่ได้น าเสนอมาเป็นล าดับได้ชี้ให้เห็นว่า สหกรณ์การเกษตรสามารถจะพฒนา
ื่
ศักยภาพการผลิต และการตลาดเพอน าไปสู่การผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการรองรับประชาคม
เศรษฐกิจอาเซียนได้ ซึ่งภาครัฐการควรด าเนินการดังนี้
1. ภาครัฐควรน าสหกรณ์การเกษตรที่ผลิตสินค้าที่มีศักยภาพจ าหน่ายในตลาดต่างประเทศไปเปิด
ตลาด อาจตั้งองค์กรที่เป็นศูนย์กลาง เพอรวบรวมผลิตภัณฑ์จากสหกรณ์ต่างๆ และด าเนินการส่งออกสินค้า
ื่
เพราะสหกรณ์การเกษตรส่วนใหญ่ ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบทางการค้า การส่งออก การ
น าเข้าสินค้าที่ถูกต้อง และทักษะด้านการใช้ภาษาองกฤษเพอการติดต่อสื่อสารทางธุรกิจ และควรเจรจาท า
ั
ื่
ื่
ข้อตกลงทางด้านการตลาดน าร่องก่อน คัดกรองคู่ค้า หรือเครือข่ายสหกรณ์ในระยะแรก เพอป้องกันการเบี้ยว
หนี้ ช าระเงินไม่ตรงตามสัญญา
ื่
2. ภาครัฐท าหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้แก่สหกรณ์การเกษตร เพอสหกรณ์ได้เป็นผู้ส่งออกได้โดยตรง ไม่
ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ทั้งนี้สหกรณ์มีศักยภาพในการผลิต และมีเงินทุนของของตนเองอยู่แล้ว
3. ส่งเสริมให้มีการรวมทุนกันของสหกรณ์เป็นชุมนุมสหกรณ์ เป็นตัวกลางเชื่อมประสานความร่วมมือ
ระหว่างประเทศ จัดให้มีการประชุมสหกรณ์ในกลุ่มประเทศอาเซียนร่วมกัน เพอเชื่อมโยงให้เป็นฐานการผลิต
ื่
ร่วมกัน อาจจะจัดตั้งศูนย์ประสานงานในทุกประเทศ ประสานความร่วมมือให้มีการรวมสินค้าเกษตรคุณภาพดี
ื่
มีมาตรฐานสากลจากประเทศสมาชิกอาเซียนเพอการส่งออก จัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าทางการเกษตร โดยการ
เจรจาร่วมทุนในรูปแบบชุมนุมสหกรณ์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

