Page 77 - การใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 3
P. 77
69
หาสาเหตุและหาทางแก้ไข เพื่อให้ค่าต่าง ๆ กลับมาปกติเหมือนเดิม ควรมีการจัดเก็บข้อมูลทกวัน
ุ
ั่
และติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศทวไปแบบต่อเนื่อง (Ambient Air Quality
Monitoring Systems: AAQMs) เพื่อวัดคุณภาพอากาศในบริเวณพื้นทชุมชนรอบโรงไฟฟ้าโดยทา
ี่
ั้
ี่
การเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ทงนี้ต้องควบคุมคุณภาพอากาศทปล่อยออกจากปล่องโรงไฟฟ้าให้อยู่
ในเกณฑ์มาตรฐานและเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2. ด้านน้ า
ผลกระทบด้านน้ า น้ าทใช้ในกระบวนการผลิตไฟฟ้าจะมีการเติมสารเคมีบางอย่าง
ี่
เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติของน้ าให้เหมาะสมส าหรับน ามาใช้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ในโรงไฟฟ้ารวมไปถึง
ี่
น้ าหล่อเย็นทใช้ส าหรับระบายความร้อนให้กับระบบต่าง ๆ ภายในโรงไฟฟ้าก็จะมีอุณหภูมิสูงขึ้น
กว่าแหล่งน้ าในธรรมชาติ ซึ่งหากน้ าเหล่านี้ถูกปล่อยออกจากโรงไฟฟ้าลงสู่แหล่งน้ าธรรมชาติ เช่น
แม่น้ า ล าคลอง เป็นต้น โดยไม่ผ่านกระบวนการจัดการบ าบัดฟื้นฟูน้ าทดีอาจส่งผลกระทบต่อพืช
ี่
และสัตว์น้ าที่อาศัยอยู่รอบ ๆ ได้
ั
ี่
การจดการสิ่งแวดล้อมด้านน้ า โรงไฟฟ้าต้องมีมาตรการจัดการน้ าเสียทมาจาก
กระบวนการผลิตไฟฟ้า และจากอาคารส านักงานตามลักษณะหรือประเภทของน้ าเสีย โดยคุณภาพ
น้ าทิ้งต้องมีการควบคุมให้ครอบคลุมทั้งเรื่องของเสียและอุณหภูมิ ดังนี้
ี่
1) การควบคุมอุณหภูมิของน้ าก่อนทจะปล่อยสู่แหล่งน้ าสาธารณะ โดยน้ าจาก
ท่อหล่อเย็น เมื่อน้ าทิ้งมีความขุ่นในระดับหนึ่งจะถูกระบายออกไปสู่บ่อพักน้ าที่ 1 เพื่อให้ตกตะกอน
และลดอุณหภูมิลงเหลือประมาณ 28 - 30 องศาเซลเซียสทงไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
ิ้
จากนั้นจึงระบายออกสู่บ่อพักท 2 เพื่อปรับสภาพน้ าให้มีอุณหภูมิใกล้เคียงกับธรรมชาติ ซึ่งกรม
ี่
ชลประทานได้ก าหนดมาตรฐานไว้ทระดับ 33 องศาเซลเซียส ก่อนปล่อยออกสู่คลองระบายน้ า
ี่
ธรรมชาติ
2) การจัดการสารเคมีต่าง ๆ ทอยู่ภายในน้ าก่อนปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม ทาโดยการกักน้ า
ี่
ไว้ในบ่อปรับสภาพน้ าเพื่อบ าบัดให้มีสภาพเป็นกลางและมีการตกตะกอน หรือเติมคลอรีนเพื่อฆ่า
เชื้อโรค
นอกจากนี้ในโรงไฟฟ้าควรมีระบบเฝ้าระวังคุณภาพน้ า ได้แก่ การตรวจวัดคุณภาพน้ า
ที่ระบายออกจากโรงไฟฟ้าอย่างสม่ าเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพน้ าทจะปล่อยออกสู่ธรรมชาตินั้น
ี่
มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

