Page 141 - Occupational health and safety
P. 141
113
5.2 ทางออกของเชื้อจากแหล่งรังโรค (portal of exit) เชื้อโรคจะมีทางออกได้หลายทาง เช่น ทาง
ตา, ทางหู, ทางจมูก, ทางปาก, ทางบาดแผล ทางระบบทางเดินอาหาร, การสัมผัสและทางระบบ
สืบพันธุ์ เป็นต้น
5.3 วิธีการถ่ายทอดเชื้อ (mode of transmission) เป็นการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปยังบุคคล
้
อื่นสามารถเกิดได้ทั้งทางตรงและทางออม ดังนี้
5.3.1 การติดต่อทางสัมผัส (Contact Transmission)
1) ติดต่อโดยทางตรง (Direct Contact) ได้แก่ การติดโรคโดยการสัมผัสโดยตรงกับ
ผู้ป่วย สัตว์เลี้ยง เช่น การจับต้องบาดแผล การจับมือผู้ป่วย การสัมผัสเชื้อโรคจากการความสะอาด
สัตว์เลี้ยง เป็นต้น
2) ติดต่อโดยทางอ้อม (Indirect Contact) ได้แก การติดโรคโดยการสัมผัสกับสิ่งของที่มี
่
เชื้อโรค เช่น สัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วยจากการปนเปื้อนมากับเครื่องมือ
3) ติดต่อโดยทางลมหายใจ (Droplet Spread) ได้แก่ การติดโรคโดยสูดลมหายใจที่มี
เชื้อโรคเข้าไป การไอจามรดกันโดยตรง
5.3.2 การติดต่อโดยอาศัยพาหะ (Vector) ได้แก การติดโรคโดยอาศัยแมลงและสัตว์พาหะต่าง
่
ๆ เป็นตัวน าโรค เช่น แมลงวันน าเชื้ออหิวาตกโรค ยุงน าเชื้อไข้มาเลเรีย และเหา น าโรคไทฟสและไข้
ั
กลับซ้ าได้ เป็นต้น
5.3.3 การติดต่อทางอากาศ (Airborne) แบ่งออกได้เป็น 2 อย่าง คือ
1) ละอองไอ (Droplet) เชื้อโรคออกมากับน้ ามูก น้ าลาย ที่หายใจหรือไอ
จามออกมา ซึ่งละอองไอจะสามารถลอยอยู่ในอากาศได้นานก่อนจะตกลงสู่พื้น ละอองไอนี้จะไม่รวมตัว
กันเป็นกลุ่มก้อน แต่จะมีการระเหยของส่วนที่เป็นน้ า เหลือแต่อณูของเชื้อโรคได้
2) ฝุ่นละออง (Dust) ฝุ่นละอองต่าง ๆ ที่มีเชื้อโรคอยู่ เช่น พวกเชื้อราของโรค
ปอดบางชนิดซึ่งอยู่ในดิน เส้นใยป่าน ปอ ฝ้าย
5.4 ทางเข้าของเชื้อสู่ผู้รับ (portal of entry) เป็นทางที่เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ เช่น
ทางการหายใจ ทางระบบทางเดินอาหาร ทางผิวหนัง และทางระบบสืบพันธุ์ เป็นต้น
5.5 ผู้รับเชื้อที่ไวต่อโรค (susceptible host) เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้ว มนุษย์จะเกิดโรคหรือไม่
ขึ้นอยู่กับความต้านทานของโรค บางคนมีความต้านทานต่ าหรือมีภูมิไวรับสูงจะเกิดโรคได้ง่ายก็จะเกิด
การเจ็บป่วย (Patient) หากบุคคลนั้นมีความต้านทานสูงเชื้อโรคที่รับสัมผัสเข้าไปอาจท าให้บุคคลติด
เชื้อโรคไปโดยไม่มีอาการ แต่สามารถแพร่กระจายโรคสู่ผู้อื่นได้ หรือที่เรียกว่า พาหะน าโรค (Carrier)

