Page 19 - 02 รายงานวิชาการจังหวัดกระบี่2564
P. 19
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดขอบเขตระดับความอ่อนไหว ต่อการเกิดดินถล่ม
ของพื้นที่จังหวัดกระบี่ ด้วยการวิเคราะห์พื้นที่ที่มีโอกาสเกิดดินถล่มในอนาคตด้วยแบบจำลองทางสถิติแบบ
สองตัวแปร (Bivariate probability) และการให้ค่าน้ำหนัก (Weighting) พิจารณาร่วมกับร่องรอยดินถล่มใน
อดีต ซึ่งได้จากการแปลข้อมูลภาพถ่ายดาวเที่ยม Google Image ในช่วงปี พ.ศ. 2533-2564 และการสำรวจ
ภาคสนามเพิ่มเติม จำนวน 1,891 ร่องรอยดินถล่ม ควบคู่กับการวิเคราะห์ร่วมกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิด
ดินถล่ม (Controlling factors) ทั้ง 7 ปัจจัย ได้แก่ (1) รับความสูง (2) ความลาดชัน (3) ระยะห่างจาก
โครงสร้างทางธรณีวิทยา (4) วิทยาหิน (5) การใช้ประโยชน์ที่ดิน (6) ทิศทางการไหลของน้ำ (7) หน้ารับน้ำฝน
จากการศึกษาในพื้นที่จังหวัดกระบี่พบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการกระจายตัวของ
ร่องรอยดินถล่ม เรียงลำดับความสำคัญจากมากไปหาน้อย (1) วิทยาหิน (2) การใช้ประโยชน์ที่ดิน (3) ความ
ลาดชัน (4) ระดับความสูง (5) ระยะห่างจากโครงสร้างทางธรณีวิทยา (6) หน้ารับน้ำฝน (7) ทิศทางการไหล
ของน้ำ ตามลำดับ โดยพบว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดดินถล่มที่มีนัยสำคัญกับการกระจายตัวของดินถล่ม
คือ วิทยาหินในกลุ่มวิทยาหิน GR หินแกรนิต และกลุ่มวิทยาหิน SS2 หินทรายอาร์โคส หินทรายเนื้อควอตซ์
พบการกระจายตัวของร่องรอยดินถล่มมากที่สุด ลำดับถัดมา คือ การใช้ประโยชน์ที่ดินที่เป็นพื้นที่ป่าที่มีต้นไม ้
ใหญ่ ความลาดชันตั้งแต่ 10-60 องศา ความสูงตั้งแต่ 400-1,600 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ระยะห่าง
จากโครงสร้างทางธรณีวิทยา ระยะห่าง 0-800 เมตร หน้ารับน้ำฝนในทิศทางมรสุมจากทิศตะวันตกและ
ตะวันตกเฉียงใต้ ผลจากการวิเคราะห์จากแบบจำลอง ผลจาการวิเคราะห์จากแบบจำลองสามารถจำแนกพนที่
ื้
ความอ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ 1) ระดับต่ำมาก (Very low) มีพื้นที่ครอบคลุม
ประมาณ 148.97 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 10.52 2) ระดับต่ำ (Low) มีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 306.1
ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 21.61 3) ระดับกลาง (Moderate) มีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 520.31 ตาราง
กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 36.75 4) ระดับสูง (High) มีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 176.24 ตารางกิโลเมตร คิด
เป็นร้อยละ 12.45 5) ระดับสูงมาก (Very high) มีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 264.34 ตารางกิโลเมตร คิดเป็น
ร้อยละ 18.67 ทั้งนี้ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มสามารถนำไปอธิบาย
สภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ที่ได้จากการศึกษาพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มสามารถนำไปใช้อธิบาย
สภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ถึงสาเหตุของการเกิดดินถล่มได้อย่างถูกต้องและยังสามารถนำไปใช้เป็น
เครื่องมือในการวางแผนบริหารจัดการธรณีพิบัติภัยในระดับท้องถิ่น (Local Zoning) เพื่อสนับสนุนการลด
ผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ทันต่อเหตุการณ์
คำสำคัญ : ดินถล่ม, แบบจำลองทางสถิติแบบสองตัวแปร (Bivariate probability), การให้ค่าน้ำหนัก
(Weighting), ระดับท้องถิ่น (Local zoning), ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดดินถล่ม
(Controlling factors)

