Page 31 - พระราชบัญญัติ15.5x23
P. 31
้
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การท าธุรกรรมในปัจจุบันมีแนวโนม
ิ
ั
ิ
ิ
่
ี
ที่จะปรบเปลี่ยนวิธีการในการตดตอสื่อสารที่อาศัยการพัฒนาการเทคโนโลยทางอเล็กทรอนกส์ซึ่งมีความ
สะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่เนื่องจากการท าธุรกรรมทางอเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวมีความแตกตาง
ิ
่
จากวิธีการท าธุรกรรมซึ่งมีกฎหมายรองรับอยู่ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก อันส่งผลให้ต้องมีการรองรับสถานะ
ื
ิ
ั
ั
ิ
ทางกฎหมายของข้อมูลทางอเล็กทรอนกส์ให้เสมอกับการท าเป็นหนงสือ หรอหลักฐานเป็นหนงสือ การ
ั
ั
ิ
ั
ิ
รบรองวิธีการส่งและรบข้อมูลอเล็กทรอนกส์ การใช้ลายมือชื่ออเล็กทรอนกส์ ตลอดจนการรบฟัง
ิ
ิ
พยานหลักฐานที่เป็นข้อมูลอเล็กทรอนกส์ เพื่อเป็นการส่งเสรมการท าธุรกรรมทางอเล็กทรอนกส์ให้
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ู่
ิ
ิ
่
นาเชื่อถือ และมีผลในทางกฎหมายเช่นเดยวกับการท าธุรกรรมโดยวิธีการทั่วไปที่เคยปฏบัตอยเดมควร
ี
ิ
ิ
ก าหนดให้มีคณะกรรมการธุรกรรมทางอเล็กทรอนกส์ท าหน้าที่วางนโยบายก าหนดหลักเกณฑ์เพื่อส่งเสรม
ิ
ิ
ิ
ู
ิ
ิ
ิ
การท าธุรกรรมทางอเล็กทรอนกส์ ตดตามดแลการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับธุรกรรมทางอเล็กทรอนกส์
ิ
ี
้
ิ
ี
รวมทั้งมีหนาที่ในการส่งเสริมการพัฒนาการทางเทคโนโลยเพื่อตดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลย ซึ่งมี
การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาศักยภาพตลอดเวลาให้มีมาตรฐานน่าเชื่อถือ ตลอดจนเสนอแนะแนวทางแก้ไข
ิ
ปัญหาและอุปสรรคที่เกยวข้อง อันจะเป็นการส่งเสรมการใช้ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งภายในประเทศ
ี่
ู
และระหว่างประเทศ ดวยการมีกฎหมายรองรบในลักษณะที่เป็นเอกรป และสอดคล้องกับมาตรฐานที่
้
ั
นานาประเทศยอมรับ จึงจ าเป็นต้องตราพระราชบัญญัติน ี้
ี
ิ
*พระราชกฤษฎกาแก้ไขบทบัญญัตให้สอดคล้องกับการโอนอานาจหนาที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตาม
้
พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕
ิ
มาตรา ๑๐๒ ในพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ ให้
ี
แก้ไขค าว่า “รฐมนตรว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร เทคโนโลยและสิ่งแวดล้อม” เป็น “รฐมนตรว่าการ
ี
ั
ี
ั
์
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร”
ั
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปรบปรุงกระทรวง
้
้
ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดบัญญัตให้จัดตงส่วนราชการขึ้นใหม่โดยมีภารกิจใหม่ ซึ่งไดมีการตราพระราช
ิ
ั้
้
ิ
กฤษฎกาโอนกิจการบรหารและอานาจหนาที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตปรบปรง ุ
ี
ั
ิ
กระทรวง ทบวง กรม นนแล้ว และเนองจากพระราชบัญญัตดงกล่าวไดบัญญัตให้โอนอานาจหนาที่ของ
้
ิ
ิ
ั
ื่
ั้
้
ส่วนราชการ รัฐมนตรีผู้ด ารงต าแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่
โดยให้มีการแก้ไขบทบัญญัติต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับอ านาจหน้าที่ที่โอนไปด้วย ฉะนั้น เพื่ออนุวัติให้เป็นไป
ตามหลักการที่ปรากฏในพระราชบัญญัตและพระราชกฤษฎกาดงกล่าว จึงสมควรแก้ไขบทบัญญัตของ
ิ
ิ
ั
ี
กฎหมายให้สอดคล้องกับการโอนส่วนราชการ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีความชัดเจนในการใช้กฎหมายโดยไม่
้
้
้
ตองไปค้นหาในกฎหมายโอนอานาจหนาที่ว่าตามกฎหมายใดไดมีการโอนภารกิจของส่วนราชการหรอ
ื
่
ั
ั้
ผู้รบผิดชอบตามกฎหมายนนไปเป็นของหนวยงานใดหรอผู้ใดแล้ว โดยแก้ไขบทบัญญตของกฎหมายให้มี
ิ
ั
ื
ี
การเปลี่ยนชื่อส่วนราชการ รฐมนตร ผู้ดารงตาแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏบัตหน้าที่ของส่วนราชการให้ตรงกับการ
ั
ิ
ิ
ั
โอนอานาจหน้าที่ และเพิ่มผู้แทนส่วนราชการในคณะกรรมการให้ตรงตามภารกิจที่มีการตดโอนจากส่วน
ิ
ราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่รวมทั้งตดส่วนราชการเดมที่มีการยบเลิกแล้ว ซึ่งเป็นการแก้ไขให้
ุ
ั
ตรงตามพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงจ าเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกาน ี้
หน้า | 20

