Page 321 - Book11_Neat
P. 321
็
็
่
ดังนั้นกฎหมายทีจะมาก�ากับดูแลหรือควบคุมสืออินเทอร์เนตจะต้องเปนกฎหมายลักษณะ
่
พิเศษเปนทียอมรับในระดับสากล แต่ความแตกต่างในระบบการเมืองสังคมและวัฒนธรรมในแต่ละประเทศ
่
็
่
ั
็
่
ั
ุ
็
ยังเปนปญหาอปสรรคในการร่างกฎหมายดังกล่าวซึงปจจุบันยังไม่ปรากฏผลเปนกฎหมายยังคงอยูในระยะ
ทีก�าลังสร้างกฎเกณฑ์กติกาขึ้นมาก�ากับบริการอินเทอร์เน็ต
่
ประเทศไทยกับการพัฒนากฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ
่
กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทยเริ่มวันที 15 ธันวาคม 2541 โดยคณะกรรมการ
เทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ (กทสช.) ได้ท�าการศึกษาและยกร่างกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ 6 ฉบับ
ได้แก่
่
่
ิ
1. กฎหมายเกียวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนกส์ (Electronic Transactions Law) เพือ
ิ
ิ
รับรองสถานะทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนกส์ให้เสมอด้วยกระดาษอันเปนการรองรับนติสัมพันธ์ต่าง
็
ๆ ซึง แต่เดิมอาจจะจัดท�าขึนในรูปแบบของหนังสือให้เท่าเทียมกับนติสัมพันธ์รูปแบบใหม่ทีจัดท�าขึนให้อยู ่
่
้
ิ
่
้
ิ
ิ
่
ั
ในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนกส์รวมตลอดทั้งการลงลายมือชือในข้อมูลอิเล็กทรอนกส์และการรับฟง
่
ิ
พยานหลักฐานทีอยูในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนกส์
่
2. กฎหมายเกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signatures Lnw) เพื่อรับรอง
ิ
การใช้ลายมือชืออิเล็กทรอนกส์ด้วยกระบวนการใด ๆ ทางเทคโนโลยีให้เสมอด้วยการลงลายมือชือธรรมดา
่
่
อันส่งผลต่อความเชือมั่นมากขึนในการท�าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และก�าหนดให้มีการก�ากับดูแลการให้
้
่
ิ
่
่
่
่
่
่
ิ
บริการเกียวกับลายมือชืออิเล็กทรอนกส์ตลอดจนการให้บริการอืนทีเกียวข้องกับลายมือชืออิเล็กทรอนกส์
้
่
3. กฎหมายเกียวกับการพัฒนาโครงสร้างพืนฐานสารสนเทศให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน
ุ
(National Information Infrastructure Law) เพือก่อให้เกิดการส่งเสริมสนับสนนและพัฒนาโครงสร้างพืนฐาน
้
่
ุ
สารสนเทศอัน ได้แก่ โครงข่ายโทรคมนาคมเทคโนโลยีสารสนเทศสารสนเทศทรัพยากรมนษย์และโครงสร้าง
พืนฐานสารสนเทศส�าคัญอื่น ๆ อันเป็นปัจจัยพื้นฐานส�าคัญในการพัฒนาสังคมและชุมชนโดยอาศัยกลไก
้
์
่
ของรัฐซึงรองรับเจตนารมณส�าคัญประการหนึ่งของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญมาตรา 78
็
ในการกระจายสารสนเทศให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกันและนับเปนกลไกส�าคัญในการช่วยลดความเหลื่อมล�้า
่
ของสังคมอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อสนับสนุนให้ท้องถินมีศักยภาพในการปกครองตนเองพัฒนาเศรษฐกิจ
่
ั
ภายในชุมชนและนาไปสูสังคมแห่งปญญาและการเรียนรู้
�
4. กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Law) เพื่อก่อให้เกิดการ
ิ
่
รับรองสิทธิและให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลซึงอาจถูกประมวลผลเปดเผยหรือเผยแพร่ถึงบุคคล
�
จ�านวนมากได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วโดยอาศัยพัฒนาการทางเทคโนโลยีจนอาจก่อให้เกิดการนาข้อมูลนั้น
ไปใช้ในทางมิชอบอันเปนการละเมิดต่อเจ้าของข้อมูลทั้งนโดยค�านึงถึงการรักษาดุลยภาพระหว่างสิทธิขั้น
็
้
ี
่
็
้
พืนฐานในความเปนส่วนตัวเสรีภาพในการติดต่อสือสารและความมั่นคงของรัฐ
315

