Page 77 - Book11_Neat
P. 77
2.6 วิธีการเลือกซอฟต์แวร์และภาษาของโปรแกรม
่
่
โดยทั่วไปผู้บริหารมักจะไม่ใช่ผู้เชียวชาญทางด้านคอมพิวเตอร์จึงไม่ทราบเกียวกับความแตก
่
่
กรมวางานภายในองค์การควรจะใช้โปรแกรมประยุกต์ทีพัฒนาด้วยภาษาอะไร จึงจะ เหมาะสม เพือง่ายแก่
การเรียนรู้ การนาไปใช้โดยไม่จ�าเปนจะต้องมีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอรม (User Friendly) ดังนั้น ปจจัยที ่
็
ั
�
มีความส�าคัญในการพิจารณาเลือกใช้ซอฟต์แวร์ รวมทั้งภาษาของโปรแกรม
มีดังน ้ ี
2.6.1 พิจารณาเลือกใช้ซอฟต์แวร์รวมทั้งภาษาของโปรแกรม มีดังน
้
ี
่
1. เลือกความเหมาะสม (Appropriateness) บางภาษาเหมาะส�าหรับงานทีมีจุด
ประสงค์ ทั่วไป (General Propose) เช่น COBOL เหมาะส�าหรับงานธุรกิจ แต่ไม่เหมาะส�าหรับงานทาง
้
คณิตศาสตร์ แต่บางภาษาก็เหมาะส�าหรับงานเฉพาะอย่าง (Special Propose) ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกซือ
่
จะต้อง พิจารณาตามความเหมาะสมกับผู้ใช้และงานทีใช้
2. เหตผลประกอบ (Sophistication) ภาษาในระดับสูงจะมีโครงสร้างของโปรแกรม
ุ
่
่
และ ข้อมูลทีแนนอน การควบคุมโครงสร้างจากการเขียนโปรแกรมจึงง่ายแก่การตรวจสอบและแก้ไข โดยมี
็
ความเปนไปได้ โดยการสร้างตารางและดูค่าจากตาราง เช่น ตารางการเสียภาษี ผู้ใช้จะดูรายได้สุทธิแล้ว
่
พิจารณาว่าจะต้องเสียภาษีในอัตราส่วนกีเปอร์เซ็นต์
่
3. การพิจารณาขององค์การ (Organizational Considerations) เพือทีจะท�าให้การท�า
่
งาน ขององค์การมีประสิทธิภาพภาษาทีจะใช้ในการพัฒนาโปรแกรมจะต้องง่ายต่อการเรียนรู้ของพนักงาน
่
การ บ�ารุงรักษาโปรแกรม (Maintain) และการแก้ไข (Change) โปรแกรมจะต้องมีความยืดหยุ่นในการพัฒนา
รองรับการเติบโตขององค์การ ซึงองค์การจะต้องมีการวางแผนในระยะยาว ในการติดตั้งระบบ ค่าใช้จ่าย
่
ควบคูกัน โดยทั่วไปองค์การมักจะเลือกภาษาทีมีโครงสร้างดี ง่ายต่อการเรียนรู้ การบ�ารุงรักษา และสามารถ
่
่
ขยายความสามารถในระยะยาวได้
4. การพิจารณาการสนับสนน (Support) โปรแกรมทีจัดหามาจะต้องมีผู้จัดจ�าหนายที ่
่
ุ
่
่
ุ
คอยให้การสนับสนน ในกรณีทีผู้ใช้มีปญหาในการใช้งาน ผู้จัดจ�าหน่ายจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้ ค�า
ั
แนะน�าในการแก้ปัญหา โดยไม่คิดค่าบริการที่แพงจนเกินไป
5. พิจารณาประสิทธิภาพของตัวโปรแกรม (Efficiency) ตัวโปรแกรมอาจจะได้รับ การ
่
พัฒนาโดยภาษาโปรแกรมด้วยภาษาใดภาษาหนึง แล้วแต่ความเหมาะสม เช่น ภาษาซี ภาษาซีพลัสพลัส
70

