Page 11 - การใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 2 พว32023 ม.ปลาย
P. 11
3
เร่ืองท่ี 1 การกาเนดิ ของไฟฟา้
ราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายของคาว่า “ไฟฟ้า” ไว้ว่า “พลังงานรูปหนึ่งซึ่ง
เก่ียวข้องกับการแยกตัวออกมา หรือการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนหรือโปรตอนหรืออนุภาคอื่นที่มี
สมบัติแสดงอานาจคล้ายคลึงกับอิเล็กตรอนหรือโปรตอน ที่ก่อให้เกิดพลังงานอ่ืน เช่น ความร้อน
แสงสว่าง การเคลื่อนที่ ”เป็นต้น โดยการกาเนิดพลังงานไฟฟ้าท่สี าคัญ ๆ มี 5 วิธี ดังนี้
1. ไฟฟ้าทเ่ี กดิ จากการเสียดสีของวัตถุ เป็นไฟฟ้าที่เกิดข้ึนจากการนาวัตถุต่างกัน 2 ชนิด
มาขัดสีกัน เช่น จากแท่งยางกับผ้าขนสัตว์ แท่งแก้วกับผ้าแพร แผ่นพลาสติกกับผ้า และหวีกับผม
เป็นต้น ผลของการขดั สีดังกล่าวทาใหเ้ กดิ ความไม่สมดลุ ขนึ้ ของประจุไฟฟ้าในวตั ถุทั้งสอง เนื่องจาก
เกิดการถ่ายเทประจุไฟฟ้า วัตถุท้ังสองจะแสดงศักย์ไฟฟ้าออกมาต่างกัน วัตถุชนิดหนึ่งแสดง
ศักย์ไฟฟ้าบวก (+) ออกมา วัตถุอีกชนิดหนึ่งแสดงศักย์ไฟฟ้าลบ (-) ออกมา ซึ่งเรียกว่า
“ไฟฟ้าสถติ ” ดงั ภาพ
แท่งยาง
ภาพอปุ กรณ์ไฟฟ้าทเี่ กิดจากการเสียดสขี องวตั ถุ
2. ไฟฟ้าท่ีเกิดจากการทาปฏิกิริยาทางเคมี เป็นไฟฟ้าที่เกิดจากการนาโลหะ 2 ชนิด
ท่แี ตกตา่ งกัน โลหะท้งั สองจะทาปฏิกิริยาเคมีกับสารละลายอิเล็กโทรไลท์ ซึ่งปฏิกิริยาทางเคมีแบบนี้
เรียกว่า “โวลตาอิกเซลล์” เช่น สังกะสีกับทองแดงจุ่มลงในสารละลายอิเล็กโทรไลท์ จะ
เกิดปฏิกริ ยิ าเคมที าใหเ้ กดิ ไฟฟ้าดังตัวอย่างในแบตเตอรี่ และถา่ นอัลคาไลน์ (ถ่านไฟฉาย) เป็นต้น

