Page 54 - การใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 2 พว32023 ม.ปลาย
P. 54

46

            แ ห ล่ ง พ ลั ง ง า น ค ว า ม ร้ อ น ใ ต้ พิ ภ พ ท่ี อ ยู่ ภ า ย ใ น โ ล ก มี รู ป แ บ บ ท่ี แ ต ก ต่ า ง กั น
โดยแบ่งเปน็ ลกั ษณะใหญ่ ๆ ได้ 4 ลักษณะ คอื

            5.1 แหล่งทเี่ ปน็ ไอนา้ (Steam Sources) เป็นแหลง่ พลงั งานความร้อนใต้พิภพท่ีอยู่
ใกล้กับแหล่งหินหลอมเหลวในระดับตื้น ๆ แหล่งพลังงานน้ีจะมีลักษณะเป็นไอน้ามากกว่า
ร้อยละ 95 มีอุณหภูมิของไอน้าร้อนสูงเฉล่ียกว่า 240 องศาเซลเซียส สามารถใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า
ไดด้ ที ีส่ ดุ เพราะสามารถนาเอาพลังงานจากไอน้าร้อนไปหมนุ เคร่ืองกาเนิดไฟฟา้ ได้โดยตรง

            5.2 แหล่งท่ีเป็นน้าร้อน (Hot Brine Sources) ส่วนใหญ่จะเป็นน้าเค็ม จะมี
อณุ หภูมิต่ากวา่ 180 องศาเซลเซียส และบางแหล่งอาจมกี ๊าซธรรมชาตริ วมอย่ดู ว้ ย

            5.3 แหลง่ ท่เี ป็นหนิ ร้อนแหง้ (Hot Dry Rock) เป็นแหล่งที่สะสมพลังงานความร้อน
ในรูปของหินเนื้อแน่นโดยไม่มีน้าร้อนหรือไอน้าเกิดขึ้นเลย การนาแหล่งท่ีเป็นหินร้อนแห้งน้ีมาใช้
ประโยชน์จะต้องมีการอัดน้าลงไปเพื่อให้น้าได้รับพลังงานความร้อนจากหินร้อนน้ัน จากน้ันจึงจะ
ทาการสบู น้ารอ้ นน้ขี ึ้นมาใชผ้ ลิตไฟฟา้

            5.4 แหล่งที่เป็นแมกมา (Molten Magma) เป็นแหล่งพลังงานความร้อนที่มี
อุณหภูมิสูงกว่า 650 องศาเซลเซียส ส่วนใหญ่จะพบในแอ่งใต้ภูเขาไฟ ในปัจจุบันยังไม่สามารถ
นามาใช้ผลติ ไฟฟ้าได้

            ประเทศไทยมีแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพท่ีมีศักยภาพเป็นแหล่งผลิตพลังงาน
ไฟฟ้าได้น้อย จึงมีการผลิตไฟฟ้าจากความร้อนใต้พิภพเพียงแห่งเดียว คือ โรงไฟฟ้าพลังงานความ
รอ้ นใต้พิภพฝาง ตั้งอยู่ที่ตาบลม่อนป่ิน อาเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้เริ่มเดินเคร่ืองเม่ือวันท่ี
5 ธันวาคม พ.ศ.2532 มีขนาดกาลังผลิต 300 กิโลวัตต์ มีหลักการทางาน คือ นาน้าร้อนจากหลุม
เจาะไปถ่ายเทความร้อนให้กบั ของเหลวหรือสารทางาน (Working Fluid) ท่ีมีจุดเดือดต่าจนกระทั่ง
เดือดเป็นไอ แล้วนาไอนีไ้ ปหมุนกังหันเพอื่ ขับเครอ่ื งกาเนิดไฟฟ้าผลิตไฟฟ้าออกมา
   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58   59