Page 103 - วิทยาศาสตร์ ม.ต้น
P. 103

95

   พชื จึงเป็นผ้ผู ลติ (producer) และเป็นสิงมชี ีวติ อนั ดบั แรกในการถา่ ยทอดพลงั งานแบบห่วงโซ่
อาหารสาํ หรับสตั วเ์ ป็นสิงมชี ีวิต ทีไมส่ ามารถสร้าง อาหารเองได้ จาํ เป็นตอ้ งไดร้ ับพลงั งาน
จากการบริโภค สิงมชี ีวิตอนื เป็นอาหาร สตั วจ์ ึงถอื วา่ เป็น ผ้บู ริโภค (consumer) ซึงแบ่งออกไดเ้ ป็น

    ผ้บู ริโภคลาํ ดบั ทีหนงึ (primary consumer) หมายถึง สตั วท์ ีกินผผู้ ลติ
    ผ้บู ริโภคลาํ ดบั ทสี อง (secondary consumer ) หมายถงึ สตั วท์ ีกินผบู้ ริโภคลาํ ดบั ทีหนึง

      ในกลุ่มสิงมีชีวิตหนึง ๆ ห่วงโซ่อาหารไม่ไดด้ าํ เนินไปอย่างอิสระ แต่ละห่วงโซ่อาหารอาจ
มีความสมั พนั ธ์ กบั ห่วงโซ่อืนอีก โดยเป็ นความสัมพนั ธ์ทีสลบั ซบั ซอ้ น เช่น สิงมีชีวิตหนึงในห่วงโซ่-
อาหาร อาจเป็ นอาหาร ของสิงมีชีวิตอีกชนิดหนึงในห่วงโซ่อาหารอืนก็ได้ เราเรียกลกั ษณะห่วงโซ่-
อาหารหลาย ๆ ห่วงโซ่ทีมคี วามสมั พนั ธเ์ กียวขอ้ งกนั อยา่ งสลบั ซบั ซอ้ นวา่ สายใยอาหาร (food web)

      สายใยอาหารของกลุ่มสิงมีชีวิตใดทีมีความซับซอ้ นมาก แสดงว่าผบู้ ริโภคลาํ ดบั ที 2 และ
ลาํ ดบั ที 3 มีทางเลือกในการกินอาหารไดห้ ลายทางมีผลทาํ ให้กลุ่มสิงมีชีวิตนันมีความมนั คงในการ
ดาํ รงชีวติ มากตามไปดว้ ย

     ผ้บู ริโภคลาํ ดบั สูงสุด (top consumer) หมายถึง สตั วท์ ีอยปู่ ลายสุดของห่วงโซ่อาหารซึงไม่มีสิง
มชี ีวิตใด มากินต่อ อาจเรียกว่า ผ้บู ริโภคลาํ ดบั สุดท้าย

เรืองที วฏั จกั รของนํา

      วฎั จักรของนํา (Water cycle) หรือ ชือในทางวิทยาศาสตร์ว่า “วัฏจักรของอุทกวิทยา”
(Hydrologic cycle) หมายถึง การเปลียนแปลงสถานะของนําระหว่างของเหลว ของแข็ง และก๊าซ
วฏั จกั รของนาํ จะมีการเปลียนแปลงสถานะไปมา จากสถานะหนึงไปยงั อกี สถานะหนึงอยา่ งต่อเนือง
ไม่มที ีสินสุดภายในอาณาจกั รของนาํ (Hydrosphere) เช่น การเปลียนแปลงระหว่าง ชนั บรรยากาศ นาํ
ผวิ ดิน ผวิ นาํ นาํ ใตด้ ิน และพชื

      การเปลียนสถานะของนาํ เป็นปรากฏการณ์ทีเกิดขนึ เองตามธรรมชาติ เริมจากนาํ ในแหลง่ นาํ
ต่าง ๆ เช่น ทะเล มหาสมทุ ร แมน่ าํ ลาํ คลอง หนอง บึง ทะเลสาป การคายนาํ ของพชื การขบั ถ่ายของเสีย
และจากกจิ กรรมต่าง ๆ ในการดาํ รงชีวติ ของสิงมีชีวติ ทงั หมดนีเมือระเหยกลายเป็นไอขนึ สู่บรรยากาศ
และกระทบกบั ความเยน็ บนชนั บรรยากาศจะควบแน่นกลายเป็นละอองนาํ เลก็ ๆ รวมตวั กนั เป็นกอ้ นเมฆ
เมอื มีนาํ หนกั พอเหมาะกจ็ ะกลายเป็นฝน หรือลกู เห็บ ตกลงสู่พนื ดินแลว้ ไหลลงสู่แหล่งนาํ หมุนเวียนอยู่
เช่นนีเรือยไป

      กระบวนการเปลยี นแปลงนี สามารถแยกไดเ้ ป็น ประเภท คือ การระเหยเป็นไอ
(Evaporation), หยาดนาํ ฟ้ า (Precipitation), การซึม (Infiltration) และ การเกิดนาํ ท่า (Runoff)
   98   99   100   101   102   103   104   105   106   107   108