Page 216 - วิทยาศาสตร์ ม.ต้น
P. 216
208
ขอ้ ที 4. ทาํ ใหพ้ ชื ไมเ่ จริญเติบโต ผลผลติ ลดลง สีของตน้ ไมแ้ ละใบเปลยี นแปลงไป ทาํ ใหก้ าร
สงั เคราะหด์ ว้ ยแสงและการหายใจของพืชเสือมลง
ขอ้ ที 5. กา๊ ซซลั เฟอร์ไดออกไซดแ์ ละก๊าซไนโตรเจนออกไซด์
ขอ้ ที 6. กรดซลั ฟรู ิก (กรดกาํ มะถนั ) และกรดไนตริก
ขอ้ ที 7. จะไปทาํ ลายโซ่อาหารตามธรรมชาติทีสาํ คญั ของมนุษย์ คือตน้ ไมแ้ ละป่ าไม้
ขอ้ ที 8. คลอโรฟลอู อโรคาร์บอน(CFC) ไนตรัสออกไซด์ มีเทน คาร์บอนไดออกไซด์ โอโซน และไอนาํ
มลพษิ ทางเสียง
สิงทีเป็นตน้ เหตุทีทาํ ใหเ้ กิดเสียงดงั จนเป็นอนั ตรายต่อมนุษยน์ นั มีหลายประการ เช่น เสียงอกึ ทึก
ทีเกิดจากเครืองยนตต์ ามทอ้ งถนน โดยเฉพาะถนนทีมปี ัญหาเรืองการจราจรติดขดั เสียงเครืองบิน เสียงดนตรี
ในดิสโกเ้ ทค เสียงเพลงจากซาวดอ์ ะเบา้ ท์ เสียงเครืองจกั รของโรงงาน เสียงเครืองขยายเสียงจากงานชุมชน
ต่าง ๆ นอกจากนียงั มเี สียงจากอนื ๆอกี ทีอยใู่ นสิงแวดลอ้ มอนั เป็นเสียงทีไม่พึงประสงคแ์ ละมีเสียงดงั เกินเหตุ
ระดบั เสียงปกติทีไมเ่ ป็นอนั ตรายต่อการไดย้ นิ ของคนจะอยใู่ นระดบั ไม่เกิน 80 - 85 เดซิเบล และระดบั เสียง
ในระดบั ปกติธรรมดาควรไมเ่ กิน 50 - 70 เดซิเบล แต่ระดบั เสียงในดิสโกเ้ ทค เฉลยี ประมาณ 90 - 100
เดซิเบล นบั ว่าเป็นอนั ตรายอยา่ งมากต่อสุขภาพ โดยเฉพาะซาวดอ์ ะเบาท์ เป็นการนาํ เอาเครืองฟังแนบประกบ
ไวก้ บั หูตลอดเวลา และถา้ มีเสียงรบกวนก็จะเปิ ดเสียงดงั เพมิ ขึน เป็นการเพมิ ระดบั คลนื เสียงใหม้ ีผลต่อระบบ
ประสาทหูโดยตรง ก่อใหเ้ กิดการสูญเสียการไดย้ ิน เป็ นอนั ตรายต่อเยือแกว้ หูอาจมีผลทาํ ใหเ้ กิดอาการ
หูหนวกเมือมอี ายมุ ากขึนและเกิดปัญหาหูตึงไดใ้ นทีสุด
ขยะมลู ฝอยและสิงปฏกิ ลู
ส่วนใหญ่เป็ นการกระทาํ ของมนุษย์ เช่น การทิงขยะมูลฝอยลงบนถนน แม่นํา ลาํ คลอง
ชายหาด หรือตามสถานทีสาธารณะต่าง ๆ การปลกู สร้าง การติดป้ ายโฆษณาการเดินสายไฟฟ้ าทีไม่เป็ น
ระเบียบ การปล่อยนาํ เสียหรือควนั ของโรงงานอตุ สาหกรรม สิงเหลา่ นีถือวา่ เป็นการกระทาํ ทีก่อให้เกิด
มลพิษทางทศั นาการเพราะทาํ ใหค้ วามสวยงามของสถานทีต่าง ๆ ตอ้ งสูญเสียไป
กจิ กรรมการเรียนรู้ที 3
คาํ สัง จงตอบคาํ ถามหรือเติมช่องวา่ งดว้ ยคาํ หรือขอ้ ความสนั ๆ
1. สภาวะทีเสียงดงั เกินไป ซึงคนเราไม่ประสงคท์ ีจะไดย้ นิ และก่อใหเ้ กิดความราํ คาญ หรือเป็น
อนั ตรายต่อมนุษย์ เรียกวา่
2. ระดบั เสียงทีเป็นอนั ตรายต่อการไดย้ นิ ของมนุษยจ์ ะอยใู่ นระดบั
3. เสียงรบกวนในชุมชนส่วนมากเกิดจาก
4. สาเหตุตามธรรมชาติทีทาํ ใหเ้ กิดมลพษิ ทางเสียง ไดแ้ ก่

