Page 262 - วิทยาศาสตร์ ม.ต้น
P. 262
254
เรืองที แสง
3.7 แสง และคณุ สมบัตขิ องแสง
แสงส่วนใหญ่ทีเราไดร้ ับมาจากดวงอาทิตย์ เป็ นแหล่ง กาํ เนิดแสงทีเกิดขึนเองตามธรรมชาติ
ส่วนแสงจากดวงจนั ทร์ทีเราเห็นในเวลาคาํ คืน เป็ นแสงจากดวงอาทิตยต์ กกระทบผิวดวงจนั ทร์ แลว้
สะทอ้ นมายงั โลก นอกจากแหล่งกาํ เนิดแสงในธรรมชาติแลว้ ยงั มีแหล่งกาํ เนิดแสงทีมนุษยส์ ร้างขึน
เช่น หลอดไฟ ตะเกียง เทียนไข เป็นตน้ แสงมีประโยชน์และเป็นสิงจาํ เป็นต่อสิงมีชีวิต
เมือจุดเทียนไขในหอ้ งมืด เราจะเห็นเปลวเทียนไขสว่าง เนืองจากแสงจากเปลวเทียนไขมาเขา้
ตา ส่วนสิงของอนื ๆ ในหอ้ งทีเราเห็นได้ เป็ นเพราะแสงจากเปลว เทียนไขไปตกกระทบสิงของนัน ๆ
แลว้ สะทอ้ นมาเขา้ ตา แสงทีเคลือนทีมาเขา้ ตาหรือเคลือนทีไปบริเวณใดๆ ก็ตามจะเคลือนทีในแนว
เสน้ ตรง เช่น ถา้ ใหแ้ สงผ่านรู บนกระดาษแข็ง แผน่ ถา้ ช่องของรูบนกระดาษแข็งไม่อย่บู นแนว
เดียวกนั จะมองไม่เห็นเปลวเทียนและหลงั จากปรับแนวช่องทงั สามใหอ้ ยใู่ นแนวเดียวกนั แลว้ สังเกต
ไดว้ า่ ถา้ ร้อยเชือก และดึงเชือกเป็นเสน้ ตรงเดียวกนั ได้ จะมองเห็นเปลวเทียนไข แสดงวา่ "แสงเคลอื นที
เป็ นเส้นตรง"เราสามารถเขียนเสน้ ตรงแทนลาํ แสงนีได้ และเรียกเสน้ ตรงนีว่า รังสีของแสง การเขียน
เสน้ ตรงแทนรังสีของแสงนี ใชเ้ ส้นตรงทีมีหวั ลูกศรกาํ กบั เสน้ ตรงนัน โดยเสน้ ตรงแสดงลาํ แสงเล็กๆ
และหวั ลกู ศรแสดงทิศการเคลอื นที กล่าวคือ หวั ลกู ศรชีไปทางใด แสดงวา่ แสงเคลือนทีไปทางนนั
การมองเห็นวตั ถุใด ๆ ต้องมแี สงจากวตั ถุมาเข้าตา ซึงแบ่งได้เป็ น 2 กรณี คอื
1. เมือวตั ถุนนั มแี สงสว่างในตวั เอง จะมแี สงสวา่ งจากวตั ถุเขา้ ตาโดยตรง
2. วตั ถุนนั ไม่มีแสงสว่างในตวั เอง ต้องมีแสงจากแหล่งกาํ เนิดแสงอืนกระทบวตั ถุนัน แลว้
สะทอ้ นเขา้ ตาเมือแสงเคลือนทีไปกระทบวตั ถุต่างๆ วตั ถุบางชนิดแสงผ่านไปได้ แต่วตั ถุบางชนิดแสง
ผา่ นไปไม่ได้ เราอาจแบ่งวตั ถุตามปริมาณแสงและลกั ษณะทีแสงผา่ นวตั ถไุ ด้ 3 ประเภท ดงั นี
1. วตั ถุโปร่งใส หมายถงึ วตั ถุทีแสงผา่ นไดห้ มดหรือเกือบหมดอยา่ งเป็นระเบียบ เราจึงสามารถ
มองผา่ นวตั ถโุ ปร่งใส และมองเห็นวตั ถุทีอย่อู ีกขา้ งหนึงไดอ้ ยา่ งชดั เจน วตั ถุโปร่งใสมีหลายชนิด เช่น
อากาศ กระจกใส แกว้ ใส่นาํ และแผน่ พลาสติกใส เป็นตน้

