Page 28 - ประวัติศาสตร์ชาติไทย สค12024 ประถมศึกษา
P. 28

19

พระผู้เป็นเจ้าบนสวรรค์จะบันดาลให้เป็นไป ถ้าคริสตศาสนาเป็นศาสนาดีจริงแล้ว แลเห็นว่า
พระองค์สมควรท่ีจะเข้าเป็นคริสตศาสนิกแล้วไซร้ สักวันหน่ึงพระองค์จะถูกดลใจให้เข้ารีต
จนได้”

            พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมขี ันติธรรมทางศาสนาอย่างยิ่ง ถงึ กบั
ให้มิชชนั นารีอเมริกันเขา้ ไปเผยแผ่คริสตศาสนาในวัดบวรนิเวศวิหารได้ พระองค์ทรงประกาศให้
เสรภี าพแกร่ าษฎรในการนับถอื ศาสนา พระราชทานพระบรมราชานเุ คราะห์แก่ผู้ที่นับถือศาสนา
อิสลามและศาสนาอื่น ๆ ให้ปฏิบัติตามลัทธิธรรมเนียมของตนได้โดยเสรี และทรงอุปถัมภ์บารุง
ท้ังพระญวน พระจีนที่นับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน มิได้ทรงรังเกียจเดียดฉันท์แต่ประการใด
และเปน็ ประเพณีปฏิบัติสืบต่อมา

            พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงบริจาคพระราชทรัพย์สร้างมัสยิด
อิสลาม และพระราชทานท่ีดินติดต่อกับมัสยิดน้ัน เพื่อเป็นที่สร้างโรงเรียนสาหรับผู้ที่นับถือ
ศาสนาอิสลาม นอกจากนี้ ยังได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์แก่นักสอนคริสตศาสนา
ทั้งนิกายโปรเตสแตนต์และคาทอลิก เพ่ือสร้างและบารุงอุดหนุนการจัดต้ังโรงเรียนและ
พระราชทานที่ดินให้สร้างโบสถ์ของสภาคริสตจักรริมถนนสาทร พระราชทานเงินอุดหนุนแก่
โรงพยาบาลของคณะมิชชนั นารีหลายแหง่

            พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้เสรีภาพทางศาสนาแก่ราษฎร
เช่นเดียวกับพระมหากษัตริย์องค์ก่อน ๆ หนังสือพิมพ์ดีทรอย์ในสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวถึง
การศาสนาในเมืองไทยตอนหนึ่งว่า “ในประเทศสยามมีการให้เสรีภาพทางศาสนาอย่างแท้จริง
นักสอนศาสนาชาวต่างประเทศได้รับความคุ้มครองและได้รับความปลอดภัยอย่างเต็มท่ี
ทั่วท้ังพระราชอาณาจักร” การให้เสรีภาพทางศาสนาของไทยมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
ทางการเมอื งของนักล่าอาณานคิ มเป็นอยา่ งมากในสมัยนัน้

กจิ กรรมทา้ ยเรื่องที่ 3 เสรภี าพในการนบั ถือศาสนาของไทย
(ให้ผเู้ รียนทากิจกรรมท้ายเรอื่ งที่ 3 ในสมดุ บนั ทึกกจิ กรรมการเรียนรู้ประกอบชดุ วิชา)
   23   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33