Page 31 - การเรียนรู้สู้ภัยธรรมชาติ 3 สค32032 ม.ปลาย
P. 31
เร่ืองท่ี 2 ลักษณะการเกดิ วาตภัย
2.1 สาเหตแุ ละปัจจัยการเกิดวาตภยั
สภาพพื้นผิวโลกแต่ละแห่งที่แตกต่างกัน ทาให้การดูดซับรังสีจากดวงอาทิตย์ของ
แต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน บริเวณป่าหนาทึบจะดูดรังสีได้ดีท่ีสุด รองลงมา คือ พ้ืนดินและพ้ืนน้า
ตามลาดับ เป็นผลให้อากาศที่อยู่เหนือพื้นท่ีดังกล่าวมีอุณหภูมิ และความกดอากาศต่างกัน ส่งผล
ทาให้เกิดการเคล่ือนท่ีของอากาศท่ีเรียกโดยท่ัวไปว่า ลม (wind) ซ่ึงแบ่งตามลักษณะของ
แหล่งกาเนิดได้ 2 สาเหตุ คือ ความแตกต่างของอุณหภูมิสองแห่ง และความแตกต่างของ
ความกดอากาศ
2.1.1 ความแตกต่างของอุณหภูมิสองแห่ง เน่ืองจากอากาศเม่ือได้ความร้อนจะ
ขยายตัว อากาศร้อนจะลอยตัวสูงข้ึน ทาให้อากาศในบริเวณข้างเคียงซ่ึงมีอุณหภูมิต่ากว่า
เคลื่อนเข้าแทนที่ การเคลื่อนที่ของอากาศเนื่องจากความแตกต่างของอุณหภูมิในสองบริเวณ
ก่อใหเ้ กดิ ลม
2.1.2 ความแตกต่างของความกดอากาศ อากาศเมื่อได้รับความร้อนจะขยายตัว
ทาให้มีความหนาแน่นลดลง และเป็นผลให้ความกดอากาศน้อยลง อากาศเย็นในบริเวณใกล้เคียง
ซึ่งมีความหนาแน่นมากกว่าจะเคล่ือนที่เข้ามาบริเวณท่ีมีความกดอากาศต่า การเคลื่อนท่ีของ
อากาศเนอื่ งจากบริเวณท่มี ีความกดอากาศต่างกันกอ่ ทาให้เกดิ ลม
2.2 ลกั ษณะการเกิดวาตภยั ประเภทต่าง ๆ
2.2.1 ก่อนเกิดพายุฟ้าคะนองหรือพายุฤดูร้อนมักจะมีสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า
ได้แก่ อากาศร้อนอบอ้าวติดต่อกันหลายวัน ลมสงบนิ่ง ความชื้นในอากาศสูง และอาจรู้สึก
เหนียวตัว การเกิดพายุฝนฟ้าคะนองในแต่ละคร้ัง จะกินเวลานานประมาณ 2 - 4 ช่ัวโมง ซึ่งมีลาดับ
เหตุการณ์เริ่มตั้งแต่ อากาศร้อน อบอ้าว ท้องฟ้ามืดมัว อากาศเย็น ลมกระโชกแรงและมีกลิ่นดิน
ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า ฟ้ารอ้ ง ฝนตกหนักบางคร้ังอาจมีลูกเห็บตก เกิดรุ้งกินน้า พายุนี้ทาความเสียหายใน
บริเวณที่ไม่กว้างนัก ประมาณ 20-30 ตารางกิโลเมตร หลังจากพายุสลายไปแล้ว อากาศจะเย็นลง
รสู้ ึกสดชน่ื ข้ึนและท้องฟ้าแจ่มใส
ชุดวชิ า การเรียนรู้สู้ภยั ธรรมชาติ 3 - 21

