Page 146 - การวิจัยด้านวนวัฒน์
P. 146
่
ั
่
5.3 แผนใยไมอัดความหนาแนนปานกลางทีทําจากไผซางหมนทีระดบความหนาแนนของแผน
ี
ุ
แตกตางกัน และใชกาวในปริมาณที่แตกตางกัน มีคามอดุลัสยืดหยนเฉล่ยของแผนไมแตกตางกัน
อยางมีนยสาคัญทางสถิติ (p>0.05)
ํ
ั
5.4 แผนใยไมอัดความหนาแนนปานกลางทีทําจากไผเลยงหวานทีมีความหนาแนน
่
่
ี
้
ุ
ั
่
ู
ื
ุ
ี่
750 กก./ลบ.ม. ใชกาว 12% มีคามอดลสยดหยนเฉลยสงกวาแผนที่ใชกาว 10% และแผนทีความหนาแนน
650 กก./ลบ.ม. ใชกาว 10% และ 12% อยางมีนยสาคัญทางสถิติ (p<0.05)
ํ
ั
6. คาความตานแรงดึงต้งฉากกบผิวหนา (internal bonding)
ั
ั
ั
ึ
ั
้
่
่
คาความตานแรงดงตงฉากกบผิวหนาเฉลยของแผนใยไมอัดความหนาแนนปานกลางมีคาเฉลย
ี
ี
อยูในชวง 0.25 – 0.79 MPa พบวา แผนใยไมอัดความหนาแนนปานกลางที่ทําจากไผบงใหญ
ความหนาแนน 650 กก./ลบ.ม. ใชกาว 10% และ 12% มีคาไมผานตามเกณฑมาตรฐาน มอก. 966-2547
ึ
ํ
และ JIS A 5906-1994 ทีกาหนดใหมีคาความตานแรงดงต้งฉากกบผิวหนาไมนอยกวา 0.60 และ
ั
ั
่
ั
ํ
0.40 เมกกะพาสคัล ตามลาดบ (Figure 5)
่
เมือทําการวิเคราะหความแปรปรวนของขอมูลจากการทดลอง พบวา มีเพยงปจจัยเดยวของทั้ง
ี
ี
ิ
ิ
่
ึ
สามปจจัย คือ ชนดไมไผ ความหนาแนนของแผน และปรมาณกาวทีใชมีอิทธิพลตอคาความตานแรงดง
ี
ตงฉากกับผิวหนาเฉล่ยอยางมีนัยสําคัญย่งทางสถิต (p<0.01)
ั้
ิ
ิ
ี
้
ั
ํ
่
ั
ึ
นาคาความตานแรงดงตงฉากกบผิวหนาเฉลยมาทําการเปรียบเทียบโดยวิธีของ Duncan’s
New Multiple Range Test พบวา
ิ
6.1 ปจจัยของชนดไมไผ
แผนใยไมอัดความหนาแนนปานกลางที่ทําจากไผซางหมน และไผเล้ยงหวานมีคา
ี
ความตานแรงดงตั้งฉากกบผิวหนาเฉลยไมแตกตางกน แตแตกตางจากแผนทีใชไผบงใหญ และไผหมาจ ู
่
ี
ึ
ั
ั
่
ํ
อยางมีนยสาคัญทางสถิติ (p<0.05)
ั
6.2 ปจจัยความหนาแนนของแผน
ึ
ู
่
แผนใยไมอัดความหนาแนนปานกลางทีมีคาความหนาแนนของแผนสงกวาจะมีคาความตานแรงดง
ํ
ั
ี่
ั
ั
ต้งฉากกบผิวหนาเฉลยดีกวาอยางมีนยสาคัญทางสถิติ (p<0.05)
ิ
6.3 ปจจัยของปรมาณกาวที่ใช
่
่
ั
้
ิ
ปรมาณกาวทีใชมากขึนจะมีผลใหคาความตานแรงดงตงฉากกบผิวหนาเฉลยของ
ี
ึ
้
ั
แผนใยไมอัดความหนาแนนปานกลางสงขึนอยางมีนัยสาคัญทางสถิติ (p<0.05)
้
ู
ํ
127

