Page 64 - แนวทางการตัดขยายระยะสวนป่าเชิงพาณิชย์
P. 64
ภาพที่ 17a คือสมมติฐานที่สร้างขึ้นจากตัวอย่างในภาพที่ 16 แสดงให ้
็
เหนว่าผลกระทบของการเปลียนแปลงปริมาตรไม้ เมื่อมีการตัดขยายระยะ
่
ั
โดยใช้ความหนักเบาในการตัดขยายระยะเท่ากบร้อยละ 12, 38 และ 62 ของ
ปริมาตรไม้ในแปลง หรือในระดับที่เบามาก (very light) ปานกลาง (moderate)
และหนัก (heavy) ตามลาดับ โดยต้นไม้ที่ถูกตัดขยายระยะส่วนใหญ่เป็น
ู่
ั้
ต้นไม้ที่อยในชนเรือนยอดต่ ากว่าปริมาตรไม้ทั้งหมดที่ได้จากการเก็บเกี่ยว
ผลผลิตและการตัดขยายระยะในแปลงที่มีความเข้มของการตัดขยายระยะใน
ั
ั
ั
ระดบเบามาก (very light) มีปริมาตรไม้ทั้งหมดภายหลงการตดขยายระยะสูงสุด
ู
่
(ภาพที 17b) ในขณะที่หม่ไม้ที่มีการตัดขยายระยะในระดับหนัก (heavy)
มีปริมาตรไม้ทั้งหมดน้อยกว่าแปลงที่ไม่ได้ตัดขยายระยะส่วนหมู่ไม้ที่มีการตัด
ขยายระยะในระดับปานกลางมีปริมาตรไม้ทั้งหมดเท่ากับหมู่ไม้ที่ไม่ได้ตัดขยาย
ระยะ (เส้นกราฟซ้อนทับกัน) นอกจากนี้เมือพิจารณาถึงการสะสมของความ
่
เพิ่มพูนเฉลียรายปี (mean annual increment, MAI) ของหมู่ไม้ที่ท าการตัด
่
ขยายระยะเปรียบเทียบกับหมู่ไม้ที่ไม่ได้ตัดขยายระยะแล้วจะเหนว่าการสะสม
็
้
ของ MAI ในหมู่ไม้ที่ตัดขยายระยะจะเกิดขึ้นชากว่าภาพที่ 17c แสดงให้เห็น
ุ
ั
อัตราการปกคลมของเรือนยอดของหมู่ไม้ที่ตัดขยายระยะและไม่ได้ตดขยายระยะ
ั
ื
้
็
ซึ่งแสดงให้เหนว่าการชิดกนของเรอนยอดเกิดขึนก่อนในแปลงที่ไม่ได้ตัด
ขยายระยะถัดมาคือ แปลงที่ตัดขยายระยะในระดับเบามากปานกลาง และ
หนักตามล าดับ มีข้อน่าสังเกตว่าการตัดขยายระยะในระดับหนักที่สุด ดังที่
ยกตัวอยางมาน้นจะท าใหต้นไม้ที่เหลืออยไม่สามารถเติบโตจนครอบครอง
ั
้
่
ู่
พื้นที่ว่างที่มีอยู่ได้หมด ซึ่งเป็นเหตุผลส าคัญที่ท าให้หมู่ไม้ที่มีการตัดขยายระยะ
ในระดับที่หนักมากมีผลผลิตต่ ากว่าหมู่ไม้อื่น
58 แนวทางการตัดขยายระยะสวนป่าเชิงพาณิชย์ 59
58

