Page 107 - โครงการวิจัย เทคนิคการเพิ่มผลผลผลิตสำหรับการปลูกสร้างสวนป่าไม้สัก
P. 107
้
2
จากสมการที่ได้ พบว่า ความสัมประสิทธิ์การตัดสินใจ (R ) ของการใชตัวแปรเดียว
2
(DBH) หรือสองตัวแปร (DBH .H) มีค่าไม่แตกต่างกันและยอมรับได้ ซึ่งโดยทั่วไปการวัดความ
่
สูง มีความจ าเป็นต้องใชเครืองมือและค่าที่ได้อาจมีความถูกต้องไม่มาก ในการศึกษาครั้งนี้จึง
้
้
้
เลือกใชสมการที่ใชตัวแปรเพียงตัวเดียวเพื่อให้เกษตรกรหรือเจ้าของสวนป่าสักทั่วไปสามารถ
น าสมการที่ได้ไปใช้ประโยชน์ได้ด้วยการวัดเพียงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอก
ี
่
ี
เมือน าสมการที่ได้มาค านวณหามวลชวภาพส่วนต่างๆ ของสัก มวลชวภาพส่วนใหญ่
คือส่วนล าต้น โดยสักที่แตกหน่อ คิดเป็นร้อยละ 58.25 ส่วนสักที่ปลูกใหม่คิดเป็นร้อยละ 63.26
แต่ในส่วนที่เป็นรากสักที่แตกหน่อมีมากกว่าสักที่ปลูกใหม่ คือ ร้อยละ 21.06 และร้อยละ
18.95 ตามล าดับ เมือพิจารณาส่วนเหนือพื้นดินและส่วนใต้ดินของต้นสักในแปลงสักแตกหน่อ
่
ี
กับสักปลูกใหม่ พบว่ามวลชวภาพส่วนเหนือพื้นดินของสักที่แตกหน่อกับสักที่ปลูกใหม่มีค่า
เท่ากับ 61.55 กิโลกรัม/ต้น และ 57.73 กิโลกรัม/ต้น ตามล าดับ ส่วนมวลชีวภาพส่วนใต้ดินหรือ
รากของสักที่แตกหน่อกับสักที่ปลูกใหม่มีค่าเท่ากับ พบว่า 16.42 กิโลกรัม/ต้น และ 13.50
กิโลกรัม/ต้น ตามล าดับ (Table 3-9) ส่วนรากของสักแตกหน่อจะมีปริมาณสูงกว่าสักที่ปลูก
่
่
ใหม่ ทั้งนี้เนืองจากจะมีรากเดิมเหลืออยู่ ซึ่งชวยให้ต้นสักในระยะแรกเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่
ุ
อย่างไรก็ตามจะพบว่ารากเดิมนั้นก็จะมีการผสลายไปตามเวลา ต้นสักที่ท าการศึกษามีอายุ 10
ปี รากเดิมจะคงเหลือไม่มาก ในขณะที่รากของต้นที่ปลูกใหม่ก็มีการพัฒนาด้วยเชนกัน ท าให้มี
่
ค่าไม่แตกต่างกันมากนัก แต่อย่างไรก็ตามจากการศึกษาครั้งนี้ส่วนใต้ดินของสักแตกหน่อกับ
สักที่ปลูกใหม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ
Table 3-9 Above-ground biomass and below-ground biomass of 10-year coppiced and
planted teaks at Den Kratai plantation, Uttaradit Province.
Treatment Above-ground biomass (kg/tree) Under-ground biomass (kg/tree)
Mean Std. t-test Mean Std. t-test
Coppiced 61.55 24.82 n.s. 16.42 5.52 ***
Planted 57.73 27.80 13.50 4.58
Remark: ns – non-significant, *** - significant at p < 0.001
94 | รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการ เทคนิคการเพิ่มผลผลิตส าหรับการปลูกสร้างสวนป่าไม้สัก

