Page 75 - การเขียนโปรแกรมบนมาตรฐานเปิด
P. 75
75
5.หลักการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถ ุ
ิ
ื
ี่
การเขียนโปรแกรมเชงวัตถุ(Object Oriented Programming : OOP)คอการเขียนโปรแกรมทแบ่ง
ขอบเขตของงานออกเป็นวัตถุย่อยๆที่เป็นอิสระต่อกันแต่อาจมีการท างานร่วมกันไดซึ่งวัตถุในการเขียนโปรแกรมนี้
้
ไม่จ าเป็นต้องเป็นวัตถุที่จับต้องได้เช่นพื้นที่เวลาเป็นต้น
สมบัติทส าคัญของการพัฒนาโปรแกรมเชิงวัตถุมีดงนี้
ี่
ั
1.Reuse สามารถน ากลบมาใช้ใหม่ได้บุญสภาพแวดล้อมของระบบเดิมหรือระบบอื่น
ั
2.Rapid Delivery ประหยัดเวลาในการพัฒนาโปรแกรม
3.User Friendly เป็นมิตรกับผู้ใชสามารถใช้งานได้ง่ายไม่ซับซ้อน
้
4.More Maintainable มีการดูแลรักษาที่ง่าย
5.Greater Quality System ระบบมีความถูกต้องและความรวดเร็วในการประมวลผลที่สูงขึ้นสาหรับบางคนท ี่
เคยศึกษาเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมแบบมีโครงสร้าง(Structure Programming)มาก่อนนั้นจะพบว่ามีความ
แตกต่างกันระหว่างการเขียนโปรแกรมแบบมีโครงสร้างกับการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุซึ่งข้อแตกต่างมีดังนี้
ภาษาแบบมีโครงสร้าง ภาษาเชิงวัตถ ุ
การออกแบบเป็น top-down การออกแบบเป็นแบบ bottom – up
ภาพรวมของโปรแกรมเป็นขั้นตอน ภาพรวมของโปรแกรมเป็นวัตถ ุ
ใช้ข้อมูลรวมกัน ซ่อนรายละเอียดของข้อมูล
แยกข้อมูลออกจากฟังก์ชัน ห่อหุ้มข้อมูล
คลาส(Class) และออบเจ็กต์(Object)
การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุอาจเปรียบได้กับการสร้างพิมพ์เขียวเพื่อใช้ส าหรับการสร้างบ้านโดยพิมพ์เขียว
จะเปรียบเสมือนกับ Class ของโปรแกรมที่เขียนขึ้นและตัวบ้านเปรียบได้กับ Object ที่ถูกสร้างขึ้นจากโปรแกรม
ซึ่งพิมพ์เขียว 1 แบบสามารถน าไปใช้สร้างบ้านได้ไม่จ ากัดจ านวนเช่นเดียวกันกับClass ของโปรแกรมเชิงวัตถุท ี่
สามารถน าไปสร้างObject ได้ไม่จ ากัดจ านวนเช่นกัน

