Page 174 - แม่ไม้ใหญ่แห่งแผ่นดิน ในป่าชุมชน.indd
P. 174

9/6/2559 BE   10:11 9/6/2559 BE   10:11



                                                                                                                                                        ๑๗๓
























                                                                   Parinari anamense Hance Don  CHRYSOBALANACEAE พอก (อีสาน) หมักมอ (เหนือ) เหลอะ (สวย)  ่  ื  เซนติเมตร (ทีระดับ 1.30 เมตร)  ่  ทิศเหนอ – ใต 30 เมตร  ื  ทิศตะวันออก – ตะวนตก 30 เมตร  ั  E 0493509  N 1683582  ้  ่    ี  ี  ู  ื    ั  ั  ่  ั  ่  















                                                                   :   :  :  300  :  เมตร  30  : ขนาดความกวŒาง/ยาว ของเรือนยอด  :  :  :   มะพอก เปนไมขนาดใหญสูงถง 30 เมตร ผลัดใบ   ึ   เรือนยอดเปนพุมกลม ทึบ แผกวาง เปลือกสีนําตาล ปนเทาแตกเปนรองตืน และลอนเปนสะเก็ด ใบเดียว   ้ เรียงสลับ ใบรูปไข ปลาบใบแหลมโคนใบมน ผิวใบดาน บนมีขนประปราย ดานลางมขนสัน นุม สีขาวปกคลุม  ้  ี   หนาแนน แผนใบหนาคลายแผนหนัง ดอกสขาวมี กลินหอม ออกเปนชอตามปลายกง กลีบดอกสีขาว มี   ิ  ่ 5 กลีบ ผล แบบผลสดมเนือหลายเมล็ด รปกลมหรือร   ้  ี สีนําตาล ออกดอกเดือน ธันวาคม-มกราคม ผล เดอน  กุมภาพนธ-มีนาคม ขึนตามปาดิบแลง    ้ ประโยชน เนอผล รสหวานหอม รบ


                                                               มะพอก   ชือวิทยาศาสตร  ่  ชือวงศ  ่  ชือทŒองถิน  ่  ่  ขนาดความโต  ความสูง  จุดพิกัด      ่  ้  ั     ่  ื  ้    ้






















                          มะพอก  ณ ป†าชุมชนวังกางฮุง  ศนยสงเสรมวนศาสตรชมชนท 4 (ศรีสะเกษ)  ี  ่  ุ    ิ

























                                     ‹ บŒานวังกางฮุง หมูที 1 ตําบลบุงไหม อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี  ู
                                               ไร  ี  ่  ื  ้  หนอไม  ทําให  ิ  ํ                        ี



                                     ่            ี      เห็ด            ้                 ี                  ่
                                     ‹         มเนอทีทังหมด 275   ตาบลบงไหม   ุ  ่  ี  ู  ็               
                              ) !à  @  :   @  Ą  ! G!#  Ą  ้  ่  ื  ้  ี เดมเปนปาใน พ.ร.บ ปาไม พ.ศ. 2484 มเนอท ประมาณ 600 ไร ประชาชนใชประโยชนในดาน  เชน  แตเนืองจากไดแยกการปกครองออกเปน   ํ  ตาบลทาชาง  ตามเขตการแบงเขตการปกครอง  และชุมชนยังคงดูแลรกษาปาไมใหคงอยูเชนเดม  ั ป 2552 ราษฎรไดรวมกันลงรายชือเพือขอขึนทะเบียน  ่  ่     ชนดและสภาพปา เปนปาดบแลงทเคยถูกทาลาย  ิ มากอนปจจบนเปนปารนทีสอง อยในระยะฟนตัว  ่  ุ พันธุไมเดนไดแก ยางนา พะยอม กระบาก ประดู มะคา แต ลําดวน ตว กระโดน ไมพุมไดแก เขมปา ตองแลง        ไมพนลางไดแก บก อรอก มนกลอย กระเจยว ไมเถา   ั    ื การใชประโยชนจากปา  ราษฎรในชุมช



                          øô  øô  ßE)H)ĊG3 E3 E$! ! G!#: ) !à  <  !   <  ĉ  ĉ   E$  ĉ  E3  ĉ  ĉ  H)ĊG3   ĉ  ĉ  ĉ  ßE)  ปาชมชนวงกางฮุง   ั  ุ     ิ  การเกบหาของปาและอาหาร   ็  ่  ํ  คอ   ื  ตาบล   ํ  2   เนอทลดลง   ี  ่  ื  ้  เปนปาชุมชนจากกรมปาไม      ิ     ั  ุ  ิ  ้    ี  ุ      ื  ้ ไดแก ผผวน ยางเครอ เครอซูด เปนตน   ื  ี         ้  ื    ุ  ็            ู  พนทบางสวนติดกับลํานามล      ี  ่  ื  ้  ๑๗๒  AW_Forest_Book_84_59-09-05.indd   172-173 AW_Forest_Book_84_59-09-05.indd   172-173
   169   170   171   172   173   174   175   176   177   178   179