Page 38 - แม่ไม้ใหญ่แห่งแผ่นดิน ในป่าชุมชน.indd
P. 38

9/6/2559 BE   10:09 9/6/2559 BE   10:09



                                                                                                                                                        ๓๗












                                       






                                      
                                        เขง เบง (เขมร-สรนทร) บง (ชอง-จันทบุรี) ปน (ชาวบน-นครราชสีมา) มะคาใหญ (ภาคกลาง) มะคาหลวง  มะคาหัวดํา (ภาคเหนือ) ฟนฤๅษี แตโหลน

                              Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib  ิ    ิ  ุ   ๓๑๐ เซนติเมตร (ทีระดับ ๑.๓๐ เมตร)  ่  ทิศเหนือ – ใต ๒๐ เมตร  ทิศตะวันออก – ตะวนตก ๒๓ เมตร  ั  E 0783533, N 1868492  ่  ํ  ู    ี  ี  ื  ้    ื  ่  ้  ้  ิ  ั  ้  ่  ู    ึ  ่















                              :  FABACEAE  :  :  :  ๓๐ เมตร  : ขนาดความกวŒาง/ยาว ของเรือนยอด  :  :  :   ไมตนผลัดใบขนาดกลาง-ใหญ ทีสามารถปลูกเปน ไมทางเศรษฐกิจได สงไดถึง ๓๐ เมตร ลาตนคดงอ  ู ใบประกอบปลายคู มใบยอย ๓-๕ คู รปไข ยาว ๕-๙   ี   เซนติเมตร ปลายใบมน เวาตืน ชอดอกแบบชอแยก  ้ แขนง ยาว ๕-๑๕ เซนติเมตร กานดอกยาว ๐.๗-๑  เซนติเมตร กลีบเลียง ๔ กลบ รปรี กลบดอกมีกลบเดียว  ู  ี  ้ สีชมพูอมแดง รูปขอบขนาน ยาว ๑.๒-๒ เซนติเมตร  โคนเรียวแคบเปนกานกลีบ ปลายเวาตน เกสรเพศผู ทีสมบูรณ ๗ อัน เกสรเพศผูทีเปนหมัน ๓ อัน ฝกแบน  ่   รูปขอบขนานเบียว ยาว ๑๕-๒๐ เซนติเมตร เปลือกหนา เมล็ดรูปร ยาว ๒.๕-๓ เซนติเมตร มีผนังกัน ขัวเมล็ดมีเยอ หุ

                          มะค‹าโมง   ชือวิทยาศาสตร  ่  ชือวงศ  ่  ชือทŒองถิน  ่  ่  ขนาดความโต  ความสูง  จุดพิกัด        ่  ้  ี  ้  ้    ยาประคบ แกฟกชํา ปวดบวม























                                     หมูที ๓ ตําบลวังกวาง อําเภอน้าหนาว จังหวัดเพชรบูรณ
                          มะค‹าโมง  ณ ป†าชุมชนบŒานไร‹ใตŒ   ศนยการเรียนรูวนศาสตรชุมชน กรมปาไม         ลกษณะภูมประเทศ เปนเนินลาดเทจากตะวันตก   ไปตะวันออก ลงสูลําหวยและตัวหมูบาน เสนทางเขา  ่ หมูบานอยทางดานเหนอและตะวันออก สภาพพืนที  ้  ื เปนปาเบญจพรรณ มีไมใหญปกคลุมพืนที ไมขนาดกลาง  ่  ้  ้ และเลกมอยูโดยทัวไป ไมพืนลางเปนปาไผ นอกจากน  ี      ้   ยงพบวามีสภาพเปนปาเตงรังทีกาลังจะเปลียนแปลง  ่  ํ  ่  ็ เปนปาดบแลง และมีไมมะคาโมงกระจายอยูทวพืนทปา  ี  ่  ้  ั  ่ ซงชาวบานไดใชประโยชน ไมวาจะเปนแหลงอาหาร  เกบหาของปา ทาเครองจักสาน การใชทําเครืองเรือน   ่  ่  ื












                                     ํ
                                         ู
                                                            ่
                                               ิ
                                                            
                                                      ู
                                                            ี
                                                                  ิ
                                                            ็
                                               ั
                                                                         ็  ํ  หรือเปนสมุนไพร
                                                               ั     ึ  ่



                                     ่            ุ      ํ           ู      ้
                                     ‹                   ชุมชนไดสารวจ

                              ) !à  @  :   @  ! G!#  Ą  Ą  ปาชมชนบานไรใต มพนทีประมาณ ๒,๕๐๐ ไร  ่  ้  ื  ี โดยแบงเปน ๒ แปลง ชมชนบานไรใตไดอนรักษ  ุ ปาชมชนโดยระบบวัฒนธรรมชุมชนสืบทอดมานับ  พ.ศ.๒๕๔๑  สภาพดิน นา ปา และจําแนกเขตการใชประโยชน ทีดน เปนเขตทีดนทํากน เขตปาอนุรกษ และเขต  ั  ิ ปาชมชน จากนันไดจัดตงคณะกรรมการปาชุมชน   ั  ้ พรอมกบออกกฎระเบียบในการอนุรกษฟนฟและ  ั ใชประโยชนจากปา ตอมาในป พ.ศ. ๒๕๔๕ กรมปาไม   ไดเขามาดําเนินโครงการในพื้นทปาชมชนแหงนีโดยใช  ุ  ่  ี    



                          øô  øô  ßE)H)ĊG3 E3 E$! ! G!#: ) !à  <  <  !   ĉ  ĉ   E$  ĉ  ĉ  E3  ĉ  ĉ  H)ĊG3   ĉ  ĉ  ßE)  ุ     ุ  ในป   ตังแตตังบาน   ้  ้  ้  ํ  ิ  ่  ิ  ่  ้  ุ  ั        ชอวาปาพืนบานอาหารชุมชนบานไรใต     ้      ื  ่  ๓๖  AW_Forest_Book_84_59-09-05.indd   36-37 AW_Forest_Book_84_59-09-05.indd   36-37
   33   34   35   36   37   38   39   40   41   42   43