Page 36 - สังคมศึกษา ม.ต้น สค 21001
P. 36

27


                                       ้ํ
                          2) ทรัพยากรนา  น้ําเปนทรัพยากรที่จําเปนตอการดํารงชีวิตของมนุษยและสิ่งมีชีวิต ใชแลว
               ไมหมดสิ้นไป แบงเปน
                              -  น้ําบนดิน ไดแก แมน้ํา ลําคลอง หนอง บึง ทะเลสาบ ปริมาณน้ํา ขึ้นอยูกับปริมาณน้ําฝน

                              -  น้ําใตดิน หรือน้ําบาดาล ปริมาณน้ําขึ้นอยูกับน้ําที่ไหลซึมลงไปจากพื้นดิน และความสามารถ

               ในการกักน้ําในชั้นหินใตดิน
                              -  น้ําฝน  ไดจากฝนตก  ซึ่งแตละบริเวณจะมีปริมาณน้ําแตกตางกัน  ซึ่งในประเทศไทย

               เกิดปญหาวิกฤติการณเกี่ยวกับทรัพยากรน้ํา คือ เกิดภาวะการขาดแคลนน้ําและเกิดมลพิษทางน้ํา เชน น้ําเสีย
               จากโรงงานอุตสาหกรรม

                       การอนุรักษทรัพยากรน้ํา โดยการ
                             1. การพัฒนาแหลงน้ํา ไดแก การขุดลอกหนอง คลองบึงและแมน้ําที่ตื้นเขิน เพื่อใหสามารถ

               กักเก็บน้ําไดมากขึ้น ตลอดจนการสรางเขื่อนและอางกักเก็บน้ํา

                             2. การใชน้ําอยางประหยัด ไมปลอยใหน้ําสูญเสียไปโดยเปลาประโยชนและสามารถนําน้ําที่ใช
               แลวกลับมาหมุนเวียนใชไดใหมอีก เชน น้ําจากโรงงานอุตสาหกรรม

                             3. การควบคุมรักษาตนน้ําลําธาร ไมมีการอนุญาตใหมีการตัดตนไมทําลายปาอยางเด็ดขาด

                             4. ควบคุมมิใหเกิดมลพิษแกแหลงน้ํา  มีการดูแลควบคุมมิใหมีการปลอยสิ่งสกปรกลงไป
               ในแหลงน้ํา

                          3)  ทรัพยากรปาไม  ปาไมมีความสําคัญตอมนุษยทั้งทางตรงและทางออม เชน ชวยรักษาสภาพ

               ดิน น้ํา อากาศ บรรเทาความรุนแรงของลมพายุและยังไดรับผลิตภัณฑจากปาไมหรือใชเปนแหลงทองเที่ยว
               พักผอนหยอนใจได ปาไม แบงเปน 2 ประเภท คือ

                             1. ปาไมไมผลัดใบ เชน ปาดงดิบ หรือปาดิบเปนปาไมบริเวณที่มีฝนตกชุก พบมากทางภาคใต
               และภาคตะวันออก ปาดิบเขา พบมากในภาคเหนือ ปาสนเขา พบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

               ปาชายเลนน้ําเค็ม เปนปาไมตามดินเลน น้ําเค็มและน้ํากรอย

                                 
                             2. ปาไมผลัดใบ เชน ปาเบญจพรรณ เปนปาผลัดใบผสม พบมากที่สุดในภาคเหนือ ปาแดง
               ปาโคก ปาแพะ เปนปาโปรงพบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปาชายหาด เปนตนไมเล็ก ๆ ขึ้นตามชายหาด

               ปาพรุ หรือปาบึง เปนปาไมที่เกิดตามดินเลน
                          การอนรักษทรัพยากรปาไม  สามารถทําไดโดยการออกกฎหมายคุมครองปาไม  คือ
                                     
                                 ุ
                                                
               พระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 การปองกันไฟไหมปา การปลูกปาทดแทนไมที่ถูกทําลายไป
               การปองกันการลักลอบตัดไมและการใชไมใหเกิดประโยชนและคุมคามากที่สุด
                          4) ทรัพยากรแรธาตุ แรธาตุ หมายถึง สารประกอบเคมีที่เกิดขนเองตามธรรมชาต
                                                                                             ิ
                                                                              ึ้
               แบงออกเปน

                            -   แรโลหะ ไดแก เหล็ก ทองแดง สังกะสี ดีบุก ตะกั่ว
                            -   แรอโลหะ ไดแก ยิปซั่ม ฟลูออไรด โปแตช เกลือหิน

                            -   แรเชื้อเพลิง ไดแก ลิกไนต หินน้ํามัน ปโตรเลียม กาซธรรมชาติ
   31   32   33   34   35   36   37   38   39   40   41