Page 2 - โครงการชนรุ่นใหม่ รวมใจ บริจาคโลหิต ด้วยจ
P. 2

สโมสรโรตารีราชบุรี

                                โครงการ “ชนรุ่นใหม่ รวมใจ บริจาคโลหิต ด้วยจิตบริการ”



               หลักการและเหตุผล
                       โลหิต คือ ของเหลวสีแดงที่ไหลเวียนอยู่ภายในหลอดเลือดในร่างกาย ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน

               คือ เม็ดเลือด และพลาสมา อวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือด คือ ไขกระดูกที่อยู่ในโพรงกระดูก
               ทั่วร่างกาย โดยปริมาณโลหิตในร่างกายจะมีประมาณ 4,000-5,000 มิลลิลิตร โลหิตมีหน้าที่สำคัญซึ่งแบ่งตาม

               ส่วนประกอบ คือ เม็ดเลือด มีอยู่ประมาณร้อยละ 45 ของโลหิตทั้งหมดสามารถแบ่งเม็ดเลือดเป็น 3 ชนิด คือ

               (1) เม็ดเลือดแดง (Red Blood Cell) มีหน้าที่ลำเลียงก๊าซออกซิเจน เพอให้เซลล์ใช้สันดาปเป็นพลังงานและ
                                                                           ื่
               นำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายเมื่อหายใจออก เม็ดเลือดแดงอายุประมาณ 120 วัน (2) เม็ดเลือด

               ขาว (White Blood Cell) มีหน้าที่ทำลายเชื้อโรคและปกป้องร่างกายโดยสร้างภูมิคุ้มกันเม็ดเลือดขาวมี
               ประมาณ 4,500-10,000 เซลล์ต่อมิลลิลิตร เม็ดเลือดขาวมีหลายชนิด มีอายุตั้งแต่ 6–20 ปี ขึ้นอยู่กับชนิด

               เม็ดเลือดขาว (3) เกล็ดเลือด (Platelets) ทำหน้าที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว ตรงจุดที่มีการฉีกขาดของหลอดเลือด

               เกล็ดเลือดมีอายุประมาณ 7 วัน ส่วนประกอบส่วนที่สองคือ พลาสมา (Plasma) คือ ส่วนประกอบของโลหิต
               ที่มีลักษณะเป็นของเหลวสีเหลืองใสซึ่งประกอบไปด้วยสารโปรตีน ได้แก่ อลบูมิน (Albumin) โกลบูลิน
                                                                                 ั
                           ิ
               (Globulin) อมมูโนโกลบูลิน (Immunoglobulin) ปัจจัยการแข็งตัวของเลือด เป็นต้น ซึ่งมีส่วนสำคัญในการ
               รักษาปริมาณน้ำภายในหลอดเลือด ต่อต้านเชื้อโรคและช่วยในการแข็งตัวของเลือด ตามลำดับ พลาสมาจะมี
               อยู่ประมาณร้อยละ 55 ของโลหิตทั้งหมด

                       โลหิตมีความจำเป็นอย่างมากในการดำรงชีพของมนุษย์ และมีความจำเป็นอย่างสูงในด้านการแพทย์

               โดยเฉพาะสำหรับผู้ป่วย โดยผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้โลหิต คือ ผู้ป่วยที่เกิดภาวะสูญเสียโลหิตเฉียบพลัน
               ได้แก่ อบัติเหตุ การผ่าตัด ตกเลือดหลังคลอดบุตร เลือดออกในทางเดินอาหาร เป็นต้น และผู้ป่วยโรคเลือด
                      ุ
                                                                ื่
               ได้แก่ โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย โรคโลหิตจางจากสาเหตุอน ๆ โรคเกล็ดเลือดต่ำ โรคขาดปัจจัยการแข็งตัว
               ของเลือด (ฮีโมฟีเลีย) เป็นต้น

                       “การบริจาคโลหิต” คือการสละโลหิตส่วนเกินที่ร่างกายยังไม่จำเป็นต้องใช้ให้กับผู้ป่วย ซึ่งไม่เป็น
               อนตรายต่อผู้บริจาคโลหิต เพราะร่างกายของแต่ละคนมีปริมาณโลหิตประมาณ 17-18 แก้วน้ำ ร่างกายจะใช้
                 ั
                                                                    ื่
                 ี
               เพยง 15-16 แก้วเท่านั้น ส่วนที่เหลือนั้นสามารถบริจาคให้ผู้อนได้ โดยสามารถบริจาคโลหิตได้ทุก 3 เดือน
               เมื่อบริจาคโลหิตออกไปแล้ว ไขกระดูกจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดโลหิตขึ้นมาทดแทนทำให้มีปริมาณ
               โลหิตในร่างกายเท่าเดิม หากไม่ได้บริจาค ร่างกายจะขับเม็ดโลหิตที่สลายตัวเพราะหมดอายุ ทั้งนี้ กระบวนการ

               ในการบริจาคโลหิตตั้งแต่เริ่มลงทะเบียนจนบริจาคโลหิตเสร็จสิ้น ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ซึ่งเจ้าหน้าที่

               จะเลือกเจาะโลหิตที่เส้นโลหิตดำบริเวณแขน แล้วเก็บโลหิตบรรจุในถุงพลาสติก (BLOOD BAG) ประมาณ
                                                                                 ี
               350- 450 มิลลิลิตร ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของผู้บริจาค การจัดหาโลหิตบริจาคให้เพยงพอและปลอดภัยต่อทั้งผู้ให้
               และผู้รับ จากผู้มีจิตศรัทธาที่มีสุขภาพดี แบ่งเป็นสำหรับผู้ป่วยที่ต้องรับการรักษาด้วยการรับโลหิตต่อเนื่อง

                                           ี
                                                                                 ื่
                                                                        ุ
               ตลอดชีวิต กว่าร้อยละ 23 และอกร้อยละ 77 สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับอบัติเหตุ เพอใช้ในการผ่าตัดซึ่งมักจะเป็น
   1   2   3   4   5   6   7