Page 23 - กองกำลังเอสเอส หน่วยพิฆาตแห่งนาซีThe SS Nazi’s Elite Force
P. 23
�
กองกำลังเอสเอส
้
ทางด้านอดอล์ฟ ฮิตเลอร์นั้น ภายหลังจากสงครามโลกครังที่ 1 สิ้น
สุดลง เขาก็ถูกปลดประจ�าการจากกองทัพและตกอยู่ในสภาวะตกงาน
เคว้งคว้าง แต่ด้วยความเป็นทหารผ่านศึก เขาจึงได้รับการคัดเลือกให้เข้าฝึก
เป็นก�าลังพลในกองก�าลังไฟรคอร์ปส์ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1919 กล่าว
กันว่าการฝึกฝนในหน่วยดังกล่าวนี้เองที่ท�าให้อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผ้ซึ่งมีแนว
ู
ความคิดชาตินิยมขวาจัดและมีแนวความคิดในการแบ่งแยกทางชาติพันธุ์
เป็นทุนเดิมอยู่แล้วได้รับการปลุกเร้าอย่างต่อเนื่องและจริงจัง จนน�าไปสู่
ี่
ุ
ความชาตินิยมและเลยเถิดไปสู่ “ความคลั่งชาติ” ทม่งท�าลายล้างชาติพันธุ์ที่
ี่
ด้อยกว่าให้หมดสิ้นไปจากสังคมโลกในทสุด
�
เมื่อสาเร็จการฝึกแล้ว อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ก็เรมปฏิบัติภารกิจในกอง
ิ่
ก�าลังไฟรคอร์ปส์ทันที จนกระทงในเดือนกันยายนปีเดียวกัน เขากได้รับ
ั
็
่
มอบภารกิจให้แฝงตัวเข้าไปด�าเนินการสืบหาข้อมูลของพรรคแรงงานเยอรมัน
ั
ที่กาลังถูกจบตามองว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ อีกทั้งยังมี
�
แนวโน้มที่จะก่อความไม่สงบขึ้น
แต่ปรากฏว่าเมื่ออดอล์ฟ ฮิตเลอร์แฝงตัวเข้าสืบข่าวในพรรคแรงงาน
ั้
เยอรมันในการปราศรัยครงหนึ่ง เขากลับประทบใจในแนวความคิดของ
ั
เดร็กซ์เลอร์ซึ่งต่อต้านพวกนายทุนยิวและพวกคอมมิวนิสต์มาร์กซิสต์ อัน
ตรงกับแนวความคิดของตนเองเป็นอย่างมาก และต่อมาอีกไม่นานแนวความ
คิดเหล่านี้จะกลายเป็นแกนกลางของยุทธศาสตร์แห่งพรรคนาซี เป็นที่น่า
สังเกตว่าเมื่อแรกพบกบอดอล์ฟ ฮิตเลอร์นั้น เดร็กซ์เลอร์ได้บรรยายถึง
ั
็
ลักษณะของเขาว่าเป็น “...คนตัวเลกๆ ที่หาสาระแก่นสารไม่ได้...”
อย่างไรก็ตาม “...คนตัวเล็กๆ ที่หาสาระแก่นสารไม่ได้...” คนนี้ก็มี
ความประทับใจในนโยบายของพรรคแรงงานเยอรมันจนถึงกับสมัครเข้าร่วม
เป็นสมาชิกพรรค พร้อมทั้งได้รับการฝึกฝนศิลปะการพูดจากเดร็กซ์เลอร์
ประกอบกับบุคลกส่วนตัวที่มีความเป็นผู้น�า ตลอดจนพรสวรรค์และทักษะ
ิ
การพูดที่ทรงอิทธิพล สามารถสร้างพลังและความรู้สึกร่วมในหมู่ผู้ฟังได้เป็น
22

