Page 34 - กองกำลังเอสเอส หน่วยพิฆาตแห่งนาซีThe SS Nazi’s Elite Force
P. 34
ปฐมบท
ั
ั
ผู้บญชาการสูงสุดกองก�าลังเอสเอสและฝ่ายเสนาธิการของเขาต้องพฒนา
แนวทางการบริหารจัดการกองก�าลังเอสเอสที่ขยายตวอย่างก้าวกระโดดนี้ให้
ั
มีประสิทธิภาพและคงไว้ซงมาตรฐานเดิมให้มากที่สุด
ึ่
ู
กระทั่งในปี ค.ศ. 1933 เมื่ออดอล์ฟ ฮิตเลอร์ก้าวขึ้นส่ต�าแหน่งนายก
ู
รัฐมนตรีหรือ Chancellor และก้าวขึ้นส่ต�าแหน่ง “ท่านผ้น�า” ของประเทศ
ู
เยอรมนีในที่สุด ช่วงนี้อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ตระหนักดีถึงศักยภาพของกอง
ั
ก�าลังเอสเอส จึงได้มีการออกกฎหมายและข้อบญญัติที่เออต่อการรับสมัคร
้
ื
ี่
ื
บุคคลพลเรอนที่มีการคัดสรรบุคคลทมีคุณภาพเข้ามาสู่กองก�าลังเอสเอส
ตลอดจนรับโอนย้ายนายทหารผ่านศึกที่มีประสบการณ์จากสงครามโลก
ี่
ครั้งท 1 จ�านวนมากเข้ามาสังกัดในกองก�าลังของเขา จนอาจกล่าวได้ว่าการ
คัดเลือกกาลังพลของกองก�าลังเอสเอสนั้นได้คัดสรรแต่บุคคลชั้น “หัวกะทิ”
�
ตัดหน้ากองทัพเยอรมันอยู่ตลอดเวลา
ี
�
ั
้
�
�
ึ่
ี่
่
จดเปลยนสาคญอกประการหนงททาใหกองกาลังเอสเอสเติบโตอยาง
ุ
ี่
รวดเร็วและไร้คู่แข่งคือการแผ่ขยายความรับผิดชอบเข้าควบคุมสายงาน
ด้านการรักษาความปลอดภัยหรือ “ต�ารวจ” ทั่วทั้งประเทศเยอรมนีในปี ค.ศ.
1936 ส่งผลให้กองก�าลังเอสเอสกลายเป็นองค์กรที่มีอ�านาจครอบจักรวาล
ทั้งอ�านาจทางการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ สงคม จิตวิทยา วิถีชีวิต การ
ั
ศึกษา ด้วยการเข้าควบคุมการบริหารงานในโรงงานอุตสาหกรรม ระบบ
ั
เศรษฐกิจ การเงน การธนาคาร การค้า และแทรกตวเข้าไปในระบบสงคม
ิ
ั
ิ
และวัฒนธรรม ศาสนา การแต่งงาน พธีการทางสังคมต่างๆ ตลอดจนยังเข้า
ควบคุมสอดส่องมูลนิธิต่างๆ ทั้งโดยตรงหรือทางอ้อม นอกจากนี้ฮิมม์เลอร์
ยังต้องการควบคุมแนวความคิดของประชาชนให้อยู่ในกรอบของพรรคนาซี
จนก้าวลึกลงไปถึงการศึกษาของเยาวชนในโรงเรียนและในองค์กรยุวชน
ฮิตเลอร์อีกด้วย
กองก�าลังเอสเอและกองก�าลังเอสเอสต่างเติบโตอย่างต่อเนื่องจน
กลายเป็นเสมือนคู่แข่งกันเองในพรรคนาซ กองก�าลังเอสเอมีเริฮ์มเป็นผู้น�า
ี
33

