Page 943 - รวมระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ประจำปี 2563
P. 943
๙๓๐ ส ำนักคณะกรรมกำรบริหำรศำลยุติธรรม
๒. ค ำชี้แจงและค ำรับรองของส ำนักงำนศำลยุติธรรม / อธิบดีผู้พิพำกษำ
๒.๑ ขอชี แจงว่ำข้ำรำชกำรผู้นี
๒.๑.๑ ระยะเวลำกำรเป็นข้ำรำชกำรก่อนไปปฏิบัติงำน
เป็นข้ำรำชกำรประจ ำตลอดมำเป็นระยะเวลำติดต่อกันครบ ๒ ปี ก่อนถึงวันที่
ได้รับอนุมัติให้ไปปฏิบัติงำน
เป็นข้ำรำชกำรประจ ำตลอดมำเป็นระยะเวลำติดต่อกันไม่ครบ ๒ ปี ก่อนถึง
วันที่ได้รับอนุมัติให้ไปปฏิบัติงำน แต่กรณีมีควำมจ ำเป็นต้องสั่งให้ไปปฏิบัติงำน
โดยมีเหตุผลอันสมควรและเป็นประโยชน์แก่ทำงรำชกำรอย่ำงยิ่งตำมเอกสำร
แนบท้ำย
๒.๑.๒ อำยุของผู้ปฏิบัติงำน
อำยุไม่เกิน ๕๒ ปีบริบูรณ์ นับถึงวันที่ได้รับอนุมัติให้ไปปฏิบัติงำน
อำยุเกิน แต่กรณีมีควำมจ ำเป็นต้องสั่งให้ไปปฏิบัติงำน โดยมีเหตุผลอันสมควร
และเป็นประโยชน์แก่ทำงรำชกำรอย่ำงยิ่งตำมเอกสำรแนบท้ำย
๒.๑.๓ ควำมรู้ควำมสำมำรถ ควำมประพฤติ และกำรด ำเนินกำรทำงวินัย
เป็นผู้ปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรซึ่งมีควำมรู้ควำมสำมำรถเหมำะสม มีควำมประพฤติ
เรียบร้อย และไม่อยู่ระหว่ำงถูกด ำเนินกำรทำงวินัย
เป็นผู้ปฏิบัติหน้ำที่รำชกำรซึ่ง ...............................................................................
………………………………………………………………………………………………………………
แต่กรณีมีควำมจ ำเป็นต้องสั่งให้ไปปฏิบัติงำน โดยมีเหตุอันสมควร
และเป็นประโยชน์แก่ทำงรำชกำรอย่ำงยิ่งตำมเอกสำรแนบท้ำย
๒.๑.๔ ในกรณีที่เคยปฏิบัติงำนในองค์กำรระหว่ำงประเทศมำแล้ว
ได้กลับมำปฏิบัติรำชกำรในส่วนรำชกำรครบ ๒ ปีแล้ว นับแต่วันกลับเข้ำปฏิบัติ
หน้ำที่รำชกำรหลังจำกที่เดินทำงกลับจำกกำรไปปฏิบัติงำนครั งสุดท้ำย
มีเวลำปฏิบัติรำชกำรไม่ครบ ๒ ปี แต่กรณีมีควำมจ ำเป็นต้องสั่งให้ไปปฏิบัติงำน
โดยมีเหตุผลอันสมควรและเป็นประโยชน์แก่ทำงรำชกำรอย่ำงยิ่งตำมเอกสำร
แนบท้ำย
๒.๒ ขอรับรองว่ำ กำรไปปฏิบัติงำนของข้ำรำชกำรผู้นี
๒.๒.๑ ไม่ท ำให้เสียรำชกำร เพรำะยังมีผู้อยู่ปฏิบัติงำนเพียงพอ ไม่ต้องตั งอัตรำก ำลังเพิ่ม
๒.๒.๒ เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย หรือต่อกำรปฏิบัติรำชกำรของส่วนรำชกำรนี
ประกำรใดบ้ำง (โปรดระบุ)
.............................................................................................................................
.............................................................................................................................
เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่ำงยิ่ง หรือเป็นประโยชน์แก่ทำงรำชกำรอย่ำงยิ่ง
.............................................................................................................................
.............................................................................................................................

