Page 16 - ERC_Mag_vol11
P. 16
Cover story ยังมีมติในการประชุมครั้งที่ 2/2556 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2556 ให้มีการปรับแผน
พัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก 25% ใน 10 ปี (ปี พ.ศ. 2555-2564)
่
ึ
ิ
ิ
หรือ AEDP ใหม โดยเพ่มเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพ่มข้นทุกประเภท
ี
ิ
อาท พลังงานก๊าซชีวภาพ พลังงานแสงอาทิตย เป็นต้น พร้อมกันน้ยังได้มีการก�าหนด
์
ื
อัตรารับซ้อไฟฟ้าราคาพิเศษด้วย โดยได้มอบหมายใหคณะกรรมการก�ากับกิจการ
้
ั
พลงงาน (กกพ.) ออกระเบียบการรับซื้อไฟฟ้า รวมถึงหลักเกณฑ์และการออกประกาศ
เชิญชวน พร้อมก�าหนดอัตราการลดหย่อนค่าเชื่อมโยงโครงข่ายและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
ส�าหรับก๊าซชีวภาพนั้นมีนโยบายเพิ่มขึ้นจากเดิมมากที่สุดคือ 3,000 เมกะวัตต์
เป็นการปรับเพิ่มจากพืชพลังงาน ซึ่งกระทรวงพลังงานจะจัดตั้งต้นแบบโรงงานผลิตไฟฟ้า
จากก๊าซชีวภาพขนาด 1 เมกะวัตต์ จ�านวน 12 โรง กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อ
เป็นต้นแบบ และขยายผลไปสู่เป้าหมายต่อไป ส่วนพลังงานลมก็มีการปรับเป้าหมายรับซื้อ
เพิ่มเช่นเดียวกัน เนื่องจากผลการส�ารวจล่าสุด พบว่ามีพื้นที่ในหลายจังหวัดมีศักยภาพ อาทิ
เพชรบูรณ์ กาญจนบุรี ระนอง สุราษฎร์ธานี
ส่วนพลังงานแสงอาทิตย์นั้นมีการปรับเป้าหมายเพิ่มขึ้น 1,000 เมกะวัตต์ เพื่อ
รองรับแผนส่งเสริมให้มีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาอาคาร
ก�าหนดเป้าหมาย 200 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นบ้านอยู่อาศัย 100 เมกะวัตต์ และอาคารธุรกิจ
ขนาดเล็ก กลาง และใหญ่อีก 100 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชน
อีก 800 เมกะวัตต์ โดยทั้งหมดนี้คาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ภายในปีพ.ศ. 2557
ปัจจุบันไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานนอกรูปแบบหรือที่เรียกว่าไฟฟ้าสีเขียวนั้น ล้วน
ได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นในรูปโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) และ
ขนาดเล็กมาก (VSPP) โดยจะมีการให้ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงาน
หมุนเวียน (Adder) ในอัตราที่แตกต่างกันไปตามต้นทุนในการผลิต
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงาน
หมุนเวียนเหล่านี้ยังสูงอยู่มาก เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ถึงกระนั้น ก็ปฏิเสธไม่ได้
ว่าในระยะยาวแล้ว พลังงานสีเขียวเหล่านี้จะมีความมั่นคงและคุ้มค่ามากกว่า เนื่องจาก
ทั้งหมดเป็นพลังงานหมุนเวียน ซึ่งต่างจากทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปอย่างฟอสซิล ที่อาจ
เกิดการเก็งก�าไรและขาดแคลนได้ในที่สุด
ณ วันนี้ แม้เรายังไม่สามารถบอกได้ว่าพลังงานสีเขียวจะปรากฏผลอย่างชัดเจน
เมื่อใด และจะเกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด แต่อย่างน้อยเราเองจะ
กลายเป็นประเทศหนึ่งที่ไร้ข้อกังขาในสายตาชาวโลกเกี่ยวกับการก่อมลภาวะ และที่ส�าคัญ
พลังงานสีเขียวนี้เอง จะกลายเป็นใบเบิกทางสู่การยอมรับในมาตรฐานต่างๆ ซึ่งสุดท้ายแล้ว
ก็ไม่แคล้วจะย้อนกลับมาในรูปแบบของความร่วมมือระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่อง
การพัฒนาเทคโนโลยี หรือแม้แต่เรื่องเศรษฐกิจการค้าที่เราอาจคาดไม่ถึงเลยก็ได้
16 คนก�ำกับ Regulator

