Page 129 - Computer Network
P. 129
120 บทที่ 16. SPANNING TREE PROTOCOL
การเลือกว่าสวิตซ์ตัวใดจะเป็น root จะทำทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เช่นการที่สวิตซ์เสียหาย หรือมี
การติดตั้งสวิตซ์เพิ่ม สวิตซ์ทุกตัวในเน็ตเวิร์คจะต้องได้รับข้อมูล BPDU จากสวิตซ์ที่เป็น root ตาม maximum age
time ที่กำหนด ทั่วไปเป็น 20 วินาที ถ้าสวิตซ์ไม่ได้รับข้อมูล BPDU จากสวิตซ์ภายในเวลาที่กำหนด สวิตซ์อื่นๆจะ
เข้าใจว่า root อาจล่ม และจะเลือกสวิตซ์ที่จะมาทำหน้าที่เป็น root ใหม่
16.1.2 Root Port
หลังจากเลือก root ได้แล้ว สวิตซ์อื่นต้องเลือกพอร์ตของตนเองหนึ่งพอร์ต ทำหน้าที่เป็น root port เพื่อใช้สื่อสาร
กับสวิตซ์ที่เป็น root โดยจะพิจารณาจากค่าต่างๆดังนี้
ค่า Port Cost and Priorities
book)
ขั้นแรกจะกำหนดค่าของ Cost ของแต่ละพอร์ตหรือเราจะเรียกว่า port cost พอร์ตที่มีค่าของพอร์ตตํ่าสุดจะเป็น
พอร์ตที่จะถูกเลือกก่อน ซึ่งค่าของ cost นี้เป็นส่วนกลับของแบนด์วิดท์ของพอร์ต ปัจจุบันมีการกำหนดค่าของ port
cost 2 ชุด (ตารางที่ 16.1 ) เป็นชุดเก่าและใหม่ ชุดเก่าจะใช้กับสวิตซ์ของ CISCO ที่ได้เลิกการผลิตไปแล้ว เช่น
Catalyst 1900 ในขณะที่ชุดใหม่จะใช้กับสวิตซ์ที่ขายอยู่ในปัจจุบัน เช่น Catalyst 2960 โดยที่สวิตซ์จะเลือกค่า
(partial
พอร์ต cost ที่มีค่าตํ่ามากกว่า นอกจากนั้นแต่ละพอร์ตยังสามารถที่จะตั้งค่าของความสำคัญเรียกว่า port priority
ได้ โดยที่ทั่วไปจะมีค่าเป็น 32
Connection Type New Cost Value Old Cost Value
10 Gbps 2 1
1 Gbps 4 1
only
100 Mbps 19 10
10 Mbps 100 100
ตารางที่ 16.1: พอร์ต Costs ของ STP
KKU
16.1.3 ค่า Path Cost
ค่า Path cost เป็นการคำนวณหาค่า cost ของพอร์ตของสวิตซ์ในโทโปโลยีไปยังสวิตซ์ที่เป็น root เมื่อ root ส่ง
BPDU ออกจากอินเตอร์เฟซ จะมีค่า path cost เป็น 0 (ศูนย์) หลังจากที่สวิตซ์ที่ต่อเชื่อมอยู่รับค่าของ BPDU จะ
เพิ่มค่าของ path cost ขึ้น ตามค่า cost ของพอร์ตที่รับเข้ามา เช่น ถ้าพอร์ตที่ต่ออยู่เป็น Fast Ethernet จะทำให้
ค่าของ path cost เป็น 0 (ค่าของ root) + 19 (ค่าของสวิตซ์) หากสวิตซ์ส่ง BPDU นี้ต่อไป จะเพิ่มค่านี้ไปเรื่อยๆ
16.1.4 Root Port Selection
หากสวิตซ์มีทางเลือกเส้นทางที่จะไปยัง root ได้มากกว่าหนึ่งเส้นทาง สวิตซ์จำเป็นที่จะต้องเลือกหนึ่งพอร์ตที่จะ
เป็น root พอร์ต โดยที่สวิตซ์จะเลือก root port ตามวิธีการดังนี้
1. เลือกเส้นทางที่มีค่าของผลรวมของค่า path cost ไปยัง root ที่มีค่าน้อยที่สุด
2. หากค่าของผลรวม path cost มีค่าเท่ากัน ให้เลือกสวิตซ์ที่อยู่ติดกันที่มีค่า switch ID ตํ่าสุด
3. หากมีหลายเส้นทางที่จะไปยังสวิตซ์ติดกัน ให้เลือกพอร์ตที่มีค่าของความสำคัญตํ่าสุด

