Page 190 - Computer Network
P. 190
23.1. อัลกอริทึมที่ใช้งานการทำงานแบบบรอดคาสท์เร้าติ้ง 181
0 7 15 31
Version Type Unused Checksum
IP Address (Class D)
รูปที่ 23.1: รูปแบบของ IGMP เมสเสจ
• Unused: ต้องตั้งเป็น 0
• Checksum: สำหรับค่า checksum ของเมสเสจIGMP
• Group Address: แสดงถึงหมายเลข IPv4 ในคลาส D จะถูกตั้งค่าเป็น 0 หากเป็นเมสเสจประเภทที่ 1 และ
จะเป็นหมายเลขของมัลติคาสท์กรุปหากเป็นประเภทที่ 2
book)
เมื่อโฮสต์ต้องการที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกในมัลติคาสท์กรุปโฮสต์จะส่งเมสเสจIGMPซึ่งประกอบด้วยหมายเลข
ของกรุปตาม IP Address ที่ต้องการเข้าร่วม โดยโฮสต์จะส่งเพียงครั้งเดียวเมื่อต้องการเข้าร่วมมัลติคาสท์กรุปโดยที่
โฮสต์ไม่จำเป็นต้องส่งเมสเสจใดๆ หากต้องการออกจากมัลติคาสท์กรุป
ในที่นี้ มัลติคาสท์เร้าเตอร์จะส่งเมสเสจเพื่อตรวจสอบว่ายังคงมีโฮสต์อยู่ในมัลติคาสท์กรุปหรือไม่ การทำงาน
(partial
นี้สามารถทำโดยการที่เร้าเตอร์ส่งเมสเสจไปยังแอดเดรส 224.0.0.1 ซึ่งหมายถึงทุกโฮสต์ เมื่อโฮสต์ได้รับเมสเสจจะ
ตอบกลับด้วยแอดเดรสของ มัลติคาสท์กรุปที่ตนเองเป็นสมาชิกอยู่ การทำเช่นนี้จะทำให้เร้าเตอร์ทราบถึงหมายเลข
ของ มัลติคาสท์กรุปที่ตนเองต้องส่งต่อมัลติคาสท์แพกเกตพร้อมทั้งหมายเลขของพอร์ตที่จะส่ง อย่างไรก็ตาม การทำ
เช่นนี้เร้าเตอร์จะทราบเพียงว่ามีมัลติคาสท์กรุปที่ตนเองต้องส่งข้อมูลต่อ แต่ไม่สามารถทราบได้ว่า มีจำนวนโฮสต์อยู่
เท่าใดในแต่ละมัลติคาสท์กรุป แต่อย่างน้อยจะต้องมีหนึ่งโฮสต์ที่เป็นสมาชิกของมัลติคาสท์กรุป
เวอร์ชันของ IGMP only
KKU
ปัจจุบันทำงานของ IGMP ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงจนกระทั่งถึงเวอร์ชัน 3 ดังรายละเอียดต่อไปนี้
IGMPv1 ถูกกำหนดขึ้นใน RFC 1112 โดยที่โฮสต์สามารถที่จะส่ง join เมสเสจไปยังเร้าเตอร์เนื่องจากในเวอร์ชัน
นี้ ไม่มีการกำหนด leave เมสเสจ ทำให้เป็นหน้าที่ของเร้าเตอร์ในการตรวจสอบว่ายังมีสมาชิกอยู่หรือไม่
โดยใช้การทำงานของ Timeout ทำให้เป็นภาระกับเร้าเตอร์อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องรุ่นเก่าและ
มีประสิทธิภาพตํ่า
IGMPv2 กำหนดขึ้นใน RFC 2236 โดยเพิ่ม leave เมสเสจ ทำให้เร้าเตอร์สามารถที่จะทราบว่ายังมีสมาชิกอยู่ใน
LAN อีกหรือไม่
IGMPv3 ถือเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ของ IGMP โดยที่อนุญาตให้โฮสต์สามารถกำหนดโฮสต์ต้นทางที่ต้องการรับ
แพกเกต และทราฟฟิก (traffic) จากโฮสต์อื่นจะไม่ถูกส่งออกนอกเน็ตเวิร์ค นอกจากนั้นยังอนุญาตให้โฮสต์
กันเน็ตเวิร์คแพกเกตจากภาคส่งที่ส่งทราฟฟฟิกที่ตนไม่ต้องการได้
23.1.3 โพรโตคอลสำหรับมัลติคาสท์เร้าติ้ง
Reverse Path Multicast (RPM) [36]
เนื่องจากการทำงานของ RPB ยังคงเป็นการทำบรอดคาสท์ การทำงานของ RPM เพิ่มเติมในส่วนของการจำกัด
ทราฟฟิก (traffic) ที่จะส่งต่อ โดยการใช้ prune message เพื่อไม่ส่งต่อไปแพกเกตไปยังในเส้นทางที่ไม่มีสมาชิก

