Page 198 - Computer Network
P. 198

24.2. เฮดเดอร์ของ IPV6                                                             189



                      24.1.5 ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น (Efficiency)

                      นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว ประสิทธิภาพของ IPv6 ยังดีกว่าของ IPv4 ด้วยเหตุผลอีกหลายประการ แม้ว่าขนาด

                      ของแอดเดรสจะเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า แต่เฮดเดอร์ของ IPv6 มีขนาดเท่ากับ 40 ไบต์เป็นสองเท่าของ IPv4 สิ่งที่ทำให้
                      ประสิทธิภาพของ IPv6 เพิ่มขึ้นคือ

                          • การที่ขนาดของเฮดเดอร์ของ IPv6 มีขนาดคงที่


                          • การประมวลผลของเฮดเดอร์ที่สามารถทำได้เร็วขึ้นเป็นครั้งละ 64 บิต ใน IPv4 จะทำได้ที่ 32 บิต

                          • การที่ไม่มีส่วนของเฮดเดอร์ checksum ใน IPv6 ทำให้สามารถลดการประมวลผลลง

                          • การที่ลดภาระในการ fragment แพกเกตขนาดใหญ่ที่เร้าเตอร์ลง โดยเร้าเตอร์จะแจ้งภาคส่งทำการลดขนาด
                            ของแพกเกตลง หากเร้าเตอร์พบว่าแพกเกตที่ส่งมานั้นมีขนาดใหญ่เกินไป
                                                                           book)

                          • การใช้บรอดคาสท์เพื่อการค้นหาถูกแทนที่ด้วยมัลติคาสท์ โดยที่โฮสต์ที่อยู่ในมัลติคาสท์เท่านั้นจะถูก
                            ขัดจังหวะ (interrrupt) แทนที่จะเป็นทุกโฮสต์หากเป็นการทำงานโดยบรอดคาสท์


                                                          (partial
                      24.2 เฮดเดอร์ของ IPv6



                      จากการที่กล่าวมาแล้ว เฮดเดอร์ของ IPv6 จะมีจำนวนฟิลด์ลดลง โดยนำฟิลด์ที่ไม่จำเป็นบางส่วนออก การทำ
                      เช่นนี้ทำให้การประมวลผลสามารถทำได้เร็วขึ้น โดยส่วนสำคัญที่ยังคงอยู่ได้แก่ การระบุถึงเวอร์ชัน และฟิลด์ของ
                      Differential Services รูปที่ 24.1 แสดงรูปแบบทั่วไปของเฮดเดอร์ของ IPv6
                                               only
                         โดยที่ในส่วนของเฮดเดอร์ IPv6 ประกอบด้วยฟิลด์ดังต่อไปนี้


                          • Version มีขนาด 4 บิต ใน IPv6 จะมีค่าเป็น 6 (0110)
                                    KKU
                          • Traffic Class จะแบ่งเป็นสองส่วนคือ

                              1. Differentiated Services (DS) ประกอบไปด้วย 6 บิต ตั้งแต่ปี คศ.1994 ฟิลด์นี้ถูกปรับจาก 4 บิต
                                 ฟิลด์ Priority รายละเอียดจะได้กล่าวต่อไป ในการทำงานของ Differentiated Services

                              2. ECN มีขนาด 2 บิต ในส่วนที่เป็นการทำงานของ Explicit Congestion Notifications (ECN) flag

                          • Flow lebel มีขนาด 20 บิตเพื่อเป็นการบ่งถึงแพกเกตที่เป็น flow เดียวกัน โดยที่แต่ละโนดสามารถเป็นต้น

                            ทางของหลาย flow พร้อมกันได้ โดยที่หมายเลขของ flow และแอดเดรสของโนดต้นทางแสดงถึง flow การ
                            กำหนด flow สามารถทำได้โดยระบุในแพกเกตหรือใช้โพรโตคอลอื่นเข้าช่วยเช่น Rrsource reservation
                            protocol (RSVP)

                          • Payloadlengthมีขนาด16บิตมีค่าเป็นเลขจำนวนเต็มเท่ากับขนาดของpayloadเป็นไบต์โดยMaximum
                            length ของ IPv6 แพกเกตจะเป็น 64 Kbytes หากมีข้อมูลที่ขนาดใหญ่กว่า อาจใช้ Jumbo Payload

                            extension header ซึ่งหากมีการใช้ Jumbo Payload จะตั้งค่าของ Payload Length เป็น 0

                          • Next Header บ่งถึงโพรโตคอลที่ตามมาหลังจากเฮดเดอร์ของ IPv6 ซึ่งจะอยู่หลังเฮดเดอร์ของ IPv6 นี้ และ
                            อยู่ตำแหน่งเริ่มต้นของข้อมูลของ IPv6 แพกเกตโพรโตคอลที่บ่งถึงจะใช้ขนาด 8 บิตกำหนดโดย IANA เช่น
                            ที่นิยมมากที่สุดจะเป็น TCP หรือ UDP นอกเหนือจากนั้นอาจบอกถึง IPv6 extension header ตารางที่

                            24.1 แสดงตัวอย่างค่าที่กำหนดใน Next header
   193   194   195   196   197   198   199   200   201   202   203