Page 40 - Computer Network
P. 40
5.1. แบนด์วิดท์และ ทรูพุต 31
5.1 แบนด์วิดท์และ ทรูพุต
การระบุถึงแบนด์วิดท์เป็นการอ้างอิงถึงความสามารถของช่องสัญญาณที่สามารถรองรับได้ อย่างไรก็ตามไม่ได้หมาย
ถึงความสามารถของเน็ตเวิร์คสามารถทำได้จริง หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ทรูพุต (throughput)
5.1.1 แบนด์วิดท์ (Bandwidth)
แบนด์วิดท์ แบนด์วิดท์เป็นการบอกถึงความสามารถในการส่งข้อมูลบนสายสัญญาณ หรือบนช่องสัญญาณสื่อสาร
อีกนัยหนึ่งก็คือ ช่วงความถี่ของช่องสัญญาณจากสูงสุดถึงค่าต่ำสุด หรือความกว้างของถนนที่ใหญ่ขึ้นเพื่อให้รถ
สามารถแล่นได้มากขึ้น โดยทั่วไปในการส่งข้อมูล หากต้องการส่งข้อมูลที่ความเร็วที่สูงขึ้น หมายถึงความจำเป็นต้อง
มีแบนด์วิดท์ที่กว้างขึ้น เช่น หากเราต้องการส่งสัญญาณซายน์ (sine wave) ที่ความถี่ 200, 400, 600, 800 Hz
ผ่านเข้าในช่องสัญญาณ แบนด์วิดท์ที่ต้องการเป็น 800 - 200 = 600 Hz โดยในเน็ตเวิร์คแบนด์วิดท์หมายถึงความ
สามารถในการส่งข้อมูล วัดอยู่ในหน่วยของบิตต่อวินาที (bits per second) เช่น 1 Gbps ในที่นี้หมายถึงการที่
เน็ตเวิร์คของเราสามารถส่งข้อมูลที่ความเร็ว 1 Gbps book)
5.1.2 ทรูพุต (Throughput)
(partial
ทรูพุตเป็นอีกคำหนึ่งที่ใช้ในการวัดประสิทธิภาพของเน็ตเวิร์ค โดยที่หากมองอย่างผิวเผินแล้วจะเหมือนกับแบนด์วิด
ท์ เนื่องจากมีหน่วยเป็นบิตต่อวินาทีเช่นกัน แต่ทรูพุตเป็นการวัดการใช้งานของเน็ตเวิร์คที่เกิดขึ้นจริง ณ เวลาหนึ่ง
ซึ่งค่าของทรูพุตจะน้อยกว่าแบนด์วิดท์เสมอ เราอาจเปรียบเทียบทรูพุตกับการทำงานของเครื่องจักร เช่น เครื่องจักร
อาจทำงานได้เต็มประสิทธิภาพที่ 100 ชิ้นต่อหนึ่งนาที แต่การทำงานจริงที่ได้ คือ 30 ชิ้นต่อวินาที ซึ่งเป็นงานจริงที่
เกิดขึ้น หากเปรียบเทียบกับเน็ตเวิร์ค ที่มีความเร็ว 1 Gbps แต่ทรูพุต 300 Mbps เท่านั้น
5.2 Jitter only
KKU
ปัจจุบันการสื่อสารในรูปแบบมัลติมีเดีย ถือเป็นเรื่องปกติทำให้นอกเหนือจากค่าแบนด์วิดท์ เวลาแฝง ที่ถูกกล่าว
ถึงแล้ว ยังมีการกล่าวถึงอีกหนึ่งค่าที่สำคัญคือ จิตเตอร์ (จิตเตอร์) จากรูปที่ 5.3 เป็นการทดสอบความเร็วของการ
สื่อสารผ่านโปรแกรมของบริษัท CAT Telecom จะมีการระบุค่าของ Jitter ที่ชัดเจน
รูปที่ 5.3: โปรแกรมทดสอบความเร็วของ CAT Telecom

