Page 63 - Computer Network
P. 63

54                                                       บทที่ 8. ความสามารถของการสื่อสาร



                     8.1.2 Shannon's Law

                     การศึกษาของ Nyquist สมมติว่าช่องสัญญาณไม่มีสัญญาณรบกวนใดๆ ในปี ค.ศ. 1948 Claude E. Shannon
                     ศึกษาถึงผลของสัญญาณรบกวนที่มีต่อช่องสัญญาณ โดยพิจารณาความสามารถของช่องสัญญาณในการที่จะส่ง

                     ข้อมูลมากที่สุดที่แบนด์วิดท์ B เฮิรตซ์ โดยไม่เกิดความผิดพลาดแม้มีสัญญาณรบกวนในช่องสัญญาณ
                         จากการศึกษา Shanon แสดงถึงความสัมพันธ์ของแบนด์วิดท์ (B) กำลังส่ง (S) และสัญญาณรบกวน (N) เป็น
                     Shannon's Channel Capacity

                                                     C = Wlog 2 (1 + S/N)
                         จากสมการข้างต้นจะเห็นว่าเราสามารถที่จะเพิ่มอัตราการส่งของข้อมูลได้ด้วยการเพิ่มค่าของ และการขยาย
                                                                                                S
                                                                                               N
                     ขนาดของแบนด์วิดท์ให้สูงขึ้น นอกจากนี้ จะเห็นว่าหากเรามีช่องสัญญาณที่ไม่มีสัญญาณรบกวนเลย (noiseless)
                     หรือตํ่ามาก เราสามารถที่มีอัตราการส่งของข้อมูลเป็นอนันต์ แต่ในที่นี้ไม่อาจกล่าวได้ว่า หากเรามีแบนด์วิดท์เป็น
                     อนันต์จะทำให้เราสามารถส่งข้อมูลเป็นอนันต์เช่นกัน เนื่องจากขนาดของสัญญาณรบกวน จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน
                                                                           book)


                     8.2     อัตราการส่งสัญญาณ (signal rate) อัตราการส่งข้อมูล (data rate) และ

                             บิตเรท
                                                          (partial


                     ในทางปฏิบัติ เนื่องจากการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นแบบประสานเวลาหรือไม่ จะมีการเพิ่มบิตพิเศษเพื่อช่วยในการ
                     สื่อสาร ทำให้อัตราการส่งข้อมูลจริงจะน้อยกว่าบิตเรทที่เกิดขึ้น ฉะนั้นกล่าวได้ว่าการสื่อสารข้อมูลบนช่องสัญญาณ
                     จะเกี่ยวข้องกับอัตราเร็วสามประเภทเสมอคือ อัตราการส่งสัญญาณ (signal rate) อัตราการส่งข้อมูล (data rate)
                     และบิตเรท โดยทั้งหมดอาจเป็นค่าเดียวกันหรือคนละค่า
                                               only


                     8.2.1 อัตราการส่งสัญญาณ (Signal Rate)

                                    KKU
                     การสื่อสารข้อมูลในช่องสัญญาณที่มีแบนด์วิดท์จำกัด การกำหนดให้หนึ่งระดับสัญญาณสามารถแทนข้อมูลมากกว่า
                     หนึ่งบิต ทำให้การใช้แบนด์วิดท์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พบว่าที่จำนวนระดับสัญญาณเป็น L จะมีจำนวนบิตต่อ
                     สัญญาณเป็น m หรือ                      m = log 2 L



                         ตัวอย่างเช่นหากเราต้องการให้มีสัญญาณ 8 ระดับ เราสามารถแทนได้ด้วยข้อมูลขนาด 3 บิต ดังนั้น อัตราของ

                     การเปลี่ยนของระดับสัญญาณนี้เรียกว่า signal rate (R s)) มีหน่วยเป็น บอด (baud) หรือ บอดเรท (baud rate)
                     โดยมีความสัมพันธ์ระหว่างบอดเรทและบิตเรท (R) เป็น



                                                            R = R s log 2 L
                         สมมติให้ T b เป็นเวลาของการส่งหนึ่งบิต ส่วนกลับของ T b ก็คืออัตราเร็วของบิตหรือบิตเรทให้เป็น R ดังนั้นจะ
                     ได้ว่า R จะสัมพันธ์กับช่วงเวลาของสัญญาณ (T s) เป็น


                                                           log 2 L  m
                                                       R =      =      bps
                                                            T s    T s

                     เนื่องจาก T b เป็นส่วนกลับของ R ทำให้ได้ค่าประสิทธิภาพเชิงเวลา (effective time) แต่ละบิต เป็น

                                                                1   T s
                                                          T b =   =
                                                                R   m
   58   59   60   61   62   63   64   65   66   67   68