Page 111 - ส่วนหน้าประวัติ 001-012.indd
P. 111

ึ
                                                                     
                         ๓) ประติมากรรม  สวนใหญเปนการปนพระพุทธรูป  ซ�งในสมัย
              อยุธยาไดรับอิทธิพลมาจากศิลปะหลายรูปแบบ คือ ลพบุรี ทวารวดี สุโขทัย

              โดยนํามาปรับปรุง  ดัดแปลงจนกลายเปนแบบอยางศิลปะในสมัยอยุธยา


                              ั
                                                                                          
                                                           ื
              โดยเฉพาะ  น�นคือ  พระพุทธรูปทรงเคร่อง  นอกจากน้ยังมีงานปูนปนเปน
                                                                           �
              ลวดลายประดับสถาปตยกรรมท่สําคัญ เชน ลวดลายปูนปนประดับปรางค                      
                                                 ี
                                                                       ี
                                                                   
              ประธานวัดมหาธาตุ  จังหวัดลพบุรี  สิงหปูนปนท่วัดธรรมิกราช  จังหวัด
              พระนครศรีอยุธยา เปนตน                  ภาชนะ (ถวย ชาม โถ) ที่เขียนลวดลายดวยแมสีทั้ง ๕ คือ
                                                       ดํา แดง ขาว เขียว (คราม) และเหลือง
                         ๔) ประณ�ตศิลป ไดแกผลงานที่สําคัญคือ งานประดับมุกไดรับอิทธิพล

              จากชางชาวจีน โดยทําเปนลวดลายกานขด มีการแบงตัวลายสลับซับซอน เชน


              บานประตูประดับมุกท่วิหารหลวง วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ท่จังหวัดพิษณุโลก
                                      ี
                                                                               ี
                                               ื
                                  �
              เปนตน นอกจากน้ยังมีงานเคร่องไมจําหลักท่ถายทอดรูปแบบและวาดลวดลาย
                                                              ี
              ลงบนเน้อไม ใชทําเปนสวนประกอบ ตกแตงสถาปตยกรรม เชน บานประตู
              ลงบนเน้อไม
              ลงบนเน
                       �
                       ��้อไม ใชทําเปนสวนประกอบ ตกแตงสถาปตยกรรม เชน บานประตู  ใชทําเปนสวนประกอบ ตกแตงสถาปตยกรรม เชน บานประตู
          ฉบับ
              หนาบัน ของโบสถ วิหาร เปนตน
              หนาบัน ของโบสถ วิหาร เปนตน
         ผูสอน หนาบัน ของโบสถ วิหาร เปนตน
                          ผลงานอีกประเภท คือ
                                   ึ
                                   ึ
                                   ึ
                                   ึ
                                   ึ
                                   ึ
                                   ึ
                                   ึ
                                   ึ
                                      ิ
                                      ิ
                                      ิ
                                      ิ
                                      ิ
                                      ิ
                                      ิ
                                      ิ
                                   ึ
                                      ิ
                                      ิ
                                      ิ
                                   ึ
                  ่องเบญจรงค
                  ่องเบญจรงค
                  ่องเบญจรงค
                  ่องเบญจรงค
                  ื
                  ื
              เคร่องเบญจรงค
                  ื
                  ื
                  ื
                  ่องเบญจรงค
                  ่องเบญจรงค
                  ื เครื่องเบญจรงค ซ�งเร�มคิดออกแบบ ซ�งเร�มคิดออกแบบ ซ�งเร�มคิดออกแบบ ซ�งเร�มคิดออกแบบ ซ�งเร�มคิดออกแบบ ซ�งเร�มคิดออกแบบ ซ�งเร�มคิดออกแบบ ซ�งเร�มคิดออกแบบ ซ�งเร�มคิดออกแบบ ซ�งเร�มคิดออกแบบ
              เคร่องเบญจรงค ซ�งเร�มคิดออกแบบ
                  ื เคร เคร เคร เคร เคร เคร เคร เคร
                  ่องเบญจรงค
                  ื
                  ื
                  ่องเบญจรงค
                  ื
              ต้งแตสมัยสมเด็จพระเจาทายสระ
                ั
              โดยออกแบบลวดลาย จากนนสงไป
                                                 
                                             ั
                                             ้
                                                     
              เคลือบท่จีน ลวดลายเปนเอกลักษณ
                       ี
              คอ  ลายเทพนม  ภาพเทพนรสงห
                                                  ิ
                ื
              ภาพกินนร เปนตน
                        ๕) คีตศิลปและนาฏศิลป           เครื่องเบญจรงคสมัยอยุธยา ทําเปนชามและโถปริก
              ในสมัยอยุธยาปรากฏหลักฐานวา ม          ี
                                             ี
              เคร่องดนตรีหลายประเภทท่นํามาเลนรวมกันเปนวง เรียกวา วงเคร่องสาย
                  ื
                                                                                         ื
              วงมโหรี วงปพาทย ซึ�งเปนมรดกตกทอดมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร
              ๙๘    ประวัติศาสตร  ๕
   106   107   108   109   110   111   112   113   114   115   116