Page 202 - EPREP book
P. 202
ด้านประสบการณ์การให้บริการ PrEP
ผู้ให้บริการ PrEP เกินกว่าครึ่งหนึ่งหรือประมาณครึ่งหนึ่งเชื่อว่าผู้รับบริการที่กิน PrEP ส่วนใหญ่
รับประทานยา PrEP สม่ำเสมอ (56.37% ประเภทโรงพยาบาล, 56.25% ประเภทโรงพยาบาลทำงานร่วมกับ
CBO, 44.74% ประเภท KPLHS) เกินกว่าหนึ่งในสามหรือครึ่งหนึ่งของผู้ให้บริการเห็นด้วยกับประโยคที่กล่าวว่า
“คนที่กินยา PrEP มักมีพฤติกรรมเสี่ยงในการไม่สวมถุงยางอนามัยมากขึ้น” (40% ประเภทโรงพยาบาล, 52.09%
ประเภทโรงพยาบาลทำงานร่วมกับ CBO, 44.73% ประเภท KPLHS) ในขณะที่ 35.46% ประเภทโรงพยาบาล,
29.17% ประเภทโรงพยาบาลทำงานร่วมกับ CBO, และ 36.84% ประเภท KPLHS ไม่เห็นด้วยกับข้อความ
ั
ดังกล่าว เกินครึ่งหนึ่งของผู้ให้บริการประเภทโรงพยาบาลและโรงพยาบาลทำงานร่วมกบ CBO และเกินกว่าสองใน
สามประเภท KPLHS ไม่มีความกังวลเรื่องอาการข้างเคียงจากการกินยา PrEP เป็นเวลานาน (63.63% ประเภท
โรงพยาบาล, 56.25% ประเภทประเภทโรงพยาบาลทำงานร่วมกับ CBO, 71.05% ประเภท KPLHS) 61.82%
ของผู้ให้บริการจากโรงพยาบาลและ 45.84% จากโรงพยาบาลที่ทำงานร่วมกับ CBO ไม่เห็นด้วยว่า “คนที่กินยา
ึ้
PrEP ไปแล้ว มักเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ถี่ขนกว่าเดิม” ในขณะที่ 52.63% ของผู้ให้บริการจาก KPLHS กลับ
เห็นด้วยกับประโยคดังกล่าว ผู้ให้บริการ PrEP ประมาณครึ่งหนึ่งหรือมากกว่าครึ่งไม่เห็นด้วยว่าคนที่กิน PrEP มัก
ถูกเข้าใจผิดจากคู่นอนว่าติดเชื้อเอชไอวี (46.46% ประเภทโรงพยาบาล, 56.25% ประเภทโรงพยาบาลทำงาน
ร่วมกับ CBO, 47.36% ประเภท KPLHS) ผู้ให้บริการเห็นว่า คนที่กิน PrEP มักใช้เข็มและกระบอกฉีดยาเสพติด
ร่วมกับคนอื่นมากขึ้น ประมาณครึ่งหนึ่ง (54.54% ประเภทโรงพยาบาล, 52.09% ประเภทโรงพยาบาลทำงาน
ร่วมกับ CBO, 60.53% ประเภท KPLHS ) ผู้ให้บริการส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยว่า“คนที่กินยา PrEP ส่วนใหญ่มักมี
จำนวนคู่นอนเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม” ประมาณ 35.46%, 31.25% และ 47.37% ของผู้ให้บริการ PrEP จาก
โรงพยาบาล, โรงพยาบาลทำงานร่วมกับ CBO และ KPLHS และผู้ให้บริการ PrEP โดยรวมประมาณครึ่งหนึ่งหรือ
มากกว่าไม่เห็นด้วยกับประโยคที่ว่า “ท่านรู้สึกว่ามีเวลาไม่เพียงพอในการให้คำปรึกษาคนที่ได้รับบริการ PrEP”
(52.72% ประเภทโรงพยาบาล, 43.75% ประเภทโรงพยาบาลทำงานร่วมกับ CBO, 63.16% ประเภท KPLHS)
(ตารางที่ 4.3-4.6) (รูปที่ 4.2-4.5)
ด้านการจัดลำดับความสำคัญและจัดการบริการยา PrEP
ผู้ให้บริการ PrEP จากโรงพยาบาลและโรงพยาบาลที่ทำงานร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคมเกินกว่า
ครึ่งหนึ่งมีความเห็นว่า “การรณรงค์และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีมีความสำคัญ
และมีประสิทธิภาพมากกว่าการให้บริการ PrEP” (54.55% ประเภทโรงพยาบาล, 60.41% ประเภทโรงพยาบาล
ทำงานร่วมกับ CBO) ในขณะที่ผู้ให้บริการจาก KPLHS เพียง 39.48% เห็นด้วย และ 47.36% ไม่เห็นด้วยกับ
รายงานการประเมินผลการดำเนินงาน PrEP ภายใต้ชุดสิทธิประโยชน์สปสช. ปีงบประมาณ 2563 [147]

