Page 47 - ข้อกำหนดวินัย และการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
P. 47
38
มาตรานี้มุ่งควบคุมความประพฤติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้อยู่ในแนวทางที่ดี
ต้องรักษาชื่อเสียงของตนและเกียรติศักดิ์ของต าแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย โดยไม่กระท าการใด ๆ
ที่เป็นการประพฤติชั่ว เมื่อข้าราชการมีความประพฤติที่ดี เป็นที่ยกย่องของประชาชน ประชาชนก็จะศรัทธาต่อหน่วยงาน
และราชการโดยรวม
ั
ประพฤติชั่ว หมายถึง การกระท าใด ๆ อนเป็นการเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของตนเอง หรือเสื่อมเสีย
ต่อเกียรติศักดิ์แห่งต าแหน่งหน้าที่ราชการของตนเอง
ิ
เรื่องการประพฤติชั่วเป็นการพจารณาถึงพฤติการณ์การกระท าและความรู้สึกของสังคม
ที่จะต้องพิจารณารายละเอียด ข้อเท็จจริง และพฤติการณ์เป็นเรื่อง ๆ ไปว่า มีผลกระทบต่อเกียรติศักดิ์ของต าแหน่ง
ความรู้สึกของสังคมหรือไม่ โดยไม่จ ากัดว่าจะท าในต าแหน่งหน้าที่ราชการหรือกระท าในฐานะส่วนตัว หากกระทบมาก
ก็เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
มาตรา 94 วรรคหนึ่ง เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง พิจารณาองค์ประกอบความผิดได้ดังนี้
1. ไม่รักษาชื่อเสียงของตน
2. ไม่รักษาเกียรติศักดิ์ของต าแหน่งหน้าที่ราชการของตน
3. กระท าการใดๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว
ค าว่าประพฤติชั่ว มีความหมายกว้าง ในการพจารณาว่าการกระท าใดจะเป็นการประพฤติชั่ว
ิ
ิ
หรือไม่ ต้องพจารณาจากข้อเท็จจริงและพฤติการณ์แห่งการกระท าเป็นรายกรณีไปเรื่องการประพฤติชั่ว
มีองค์ประกอบ 3 ประการ คือ
1. เกียรติศักดิ์ของต าแหน่งหน้าที่ราชการ
2. ความรู้สึกของสังคม
3. เจตนาที่กระท า
1. เกียรติศักดิ์ของต าแหน่งหน้าที่ราชการ หมายถึง ฐานะที่ได้รับการยกย่องสรรเสริญ
ตามต าแหน่งหน้าที่หรือเป็นที่นับถือของประชาชน
โดยพจารณาจากต าแหน่งหน้าที่ราชการของผู้กระท าประกอบกับพฤติการณ์ในการกระท าของ
ิ
ิ
ข้าราชการผู้นั้น โดยพจารณาว่าการกระท าดังกล่าวเป็นการกระท าที่ผิดแบบธรรมเนียมของข้าราชการที่ดี
ี
อนบุคคลที่อยู่ในฐานะและต าแหน่งเช่นนั้นควรประพฤติปฏิบัติเพยงใดหรือไม่ โดยค านึงถึงต าแหน่งหน้าที่ที่ผู้นั้น
ั
ด ารงอยู่ว่าอยู่ในฐานะที่ควรได้รับการยกย่องสรรเสริญ หรือเป็นที่นับถือของประชาชนเพียงใด
2. ความรู้สึกของสังคม เป็นการกระท าที่สังคมรังเกียจ หรือเป็นที่รังเกียจของสังคม
โดยพจารณาจากความรู้สึกของประชาชนทั่วไปหรือของทางราชการว่ามีความรังเกียจต่อการกระท านั้น ๆ หรือไม่
ิ
เพียงใด ซึ่งความรู้สึกรังเกียจของสังคมอาจเปลี่ยนไปตามกาลเวลาได้
3. เป็นการกระท าโดยเจตนา โดยพจารณาจากเจตนาที่แท้จริงว่าผู้กระท ารู้ส านึกในการกระท า
ิ
และประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระท านั้นหรือไม่ หากไม่มีเจตนาก็ไม่เป็นการประพฤติชั่ว
ตัวอย่างเช่น ขับรถชนคนโดยประมาท ถูกศาลพพากษาลงโทษจ าคุก 1 ปี ปรับ 5,000 บาท โทษจ าคุกให้รอการ
ิ
ลงโทษไว้มีก าหนด 2 ปี กรณีเช่นนี้จะถือว่าเป็นการประพฤติชั่วหรือไม่นั้น คงไม่ได้พจารณาที่ผลคือได้รับโทษ
ิ
ิ
ี
สถานใดเพยงประการเดียว แต่ต้องพจารณาที่เหตุของการกระท าผิดเป็นส าคัญ หากไม่ปรากฏว่าเหตุเกิดจาก

