Page 12 - นาวิกศาสตร์ เดือน พฤศจิกายน ๒๕๖๑
P. 12
ึ
ี
ิ
็
้
่
ึ
ั
ที่มักจะเปนเรือธงหรือเรือหัวหนาของหมูเรือฝก โดยการ ท่พิศวงย่งข้น คือเรือหลวงแม่กลองน้นออกแบบ
ึ
�
�
ิ
ื
ุ
ั
่
ออกแบบมาเป็นเรือฝึกหัดนักเรียน จึงทาการฝึกท้งฝ่าย ให้บรรทกเรอบนทะเลหนงลาด้วยตามเอกสาร
พรรคนาวินและพรรคกลินได้ครบถ้วนทุกด้านทุกวิชาการ “พิพิธภัณฑ์เรือหลวงแม่กลอง” ข้อมูลจ�าเพาะ เรือหลวง
ทุกช้นเรียน ขณะเรือจอด ต่นเช้าจะต้องหย่อนเรือเล็ก แม่กลอง ไม่มีเรือบินทะเลอยู่ในข้อมูล อย่างไรก็ตาม
ั
ื
�
�
ื
�
๔ ลา บนหลักเดวิทลงนาก่อนไปทาอะไรอย่างอ่น แล้ว ตามความต้องการของฝ่ายเสนาธิการย่อมต้องการ
้
ื
ี
ฝึกหัดศึกษาและขัดสีฉวีวรรณเรือไปตลอดวัน ผู้เขียน เรือบินบนเรือจึงได้สร้างฐานรองรับเคร่องบินท่กลาง
�
�
ี
ี
จาได้จนบัดน้ท่ถูกถามบ่อยว่า “พัน ทาความ ‘อาดปืน ล�าเรือพร้อมด้วยกว้านยกเรือบินขึ้นลงจากน�้า ปรากฏว่า
อ๊ะเปล่า” ผู้ถามคือ เรือโท วิศณุ ปราบศากุน ผู้ช่วย ในการสั่งสร้างเรือสลุป ๒ ล�า นั้น กองทัพเรือได้สั่งสร้าง
ี
ต้นปืน ท่ถามตามสาเนียงของท่าน ครูวิศณุ ข้นจาก เรือบินทะเล ๖ ลา จากญ่ปุ่นด้วย ให้ช่อเรือบินแบบ
�
�
ึ
ี
ื
็
เรือไปฝึกพลร่มอย่างลับ ๆ กับหน่วยลับสหรัฐอเมริกา “บรน. ๑ เปนเครื่องบินแบบมีปก ๒ ชั้น เครื่องยนตเดี่ยว
์
ี
ี
�
ั
ี
ท่ลพบุรก่อนไปฝึกการทาลายใต้นาท่เกาะไซปันซ่งท่าน สองท่น่ง ปืนกล ๗.๗ มิลลิเมตร ท่หัวเคร่องและ
้
ี
ึ
ี
�
ื
ี
เป็นหัวหน้าหน่วยท�าลายใต้น�้า SEAL คนแรก และต่อมา ท้ายเคร่องแห่งละ ๑ กระบอก พลปืนหลังมีหน้าท ี ่
ื
เป็นครูของผู้เขียนในกิจการหน่วยนี้ด้วย ตรวจการณ์ ด้วยเป็นเครื่องบินที่หนักพอควร ซึ่ง ๒ ล�า
ื
ใช้กับเรือสลุปท้งสองลา ๆ ละเคร่อง หากเรือสลุปสองลาน ้ ี
�
ั
�
้
อยู่ในการรบที่เกาะชางระหวางกองเรือไทยกับหมวดเรือ
่
ั
ฝร่งเศสในเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ และเรือบินท ่ ี
ึ
บรรทุกมากับเรอสลุปได้ข้นบินตรวจการตามสถานการณ์
ื
็
้
ผลของการรบอาจไม่ใช่อย่างท่เป็นไปกได ในขณะเดยวกน
ี
ี
ั
ั
ั
ในการรบคร้งน้นเรือบินฝ่ายฝร่งเศสสามารถออก
ั
ลาดตระเวนได้อย่างกว้างขวาง เป็นท่น่าสังเกตว่าญ่ปุ่น
ี
ี
ี
เช่ยวชาญการเรือบินทะเลถึงขนาดมีเรือบินพับปีกได้
้
�
�
บนเรือดานาเดินสมุทรของตนหลายลา การออกแบบและ
�
ติดตั้งเรือบินบนเรือผิวน�้าอย่างเรือสลุปจึงเป็นไปได้ ด้วย
เรือหลวงแม่กลองมีแหล่งฝึกเรือท่เรืออ่นไม่มี คือ เรือบินบนเรือและป้อมปืนใหญ่ ๔ ป้อม ของเรือทาให้
�
ี
ื
ี
เสาใหญ่สามขาท้ายเรือท่ทุกคนต้องไต่บันไดลิงข้นไป เรือหลวงแม่กลองสง่างามมาก อย่างไรก็ตาม ภายหลัง
ึ
ี
ใช้มือตีปี๊บท่ยอดเสาโดยจับเวลาทุกเท่ยว ภายหลัง กรณีพิพาทกับอินโดจีนของฝร่งเศส ได้ถอดถอนกว้าน
ั
ี
ั
ื
“พิธีธงลง” ก็เป็นมหกรรมชักเรือเล็ก ๔ ล�า จากน�้าขึ้น ยกเคร่องบินออก และติดต้งปืนกลบนฐานรับเคร่องบินแทน
ื
ี
่
ี
หลักเดวิท ท่เมอนักเรียนยืนเรยง “เข้าเชือกดึงตึง” แล้วต่อมาก็ถอดท่อตอร์ปิโด ๒ ข้าง กลางล�าออก และ
ื
แล้วเม่อจ่ายามนักเรียนเป่านกหวีดหะเบส ก็ต้องว่ง ติดต้งปืนกลแทนด้วยเช่นกัน แต่เม่อนาเรือหลวงแม่กลอง
ิ
�
ั
ื
ื
�
้
ดึงเชือกให้เรือข้นจากนากบคอรอกรวดเดียว มิฉะน้น มาทาเป็นเรือพิพิธภัณฑ์ ก็ได้พยายามคืนสภาพเดิมของเรือ
�
ั
ึ
ก “หะเรย” หยอนเรอลงนาแลวหะเบสใหม กอนเวลานอน โดยสร้างเคร่องบินจาลองบน บรน. ๑ ข้นใหม่ ๑ ลา
�
็
ึ
ี
้
่
�
้
ื
่
�
่
ื
ี
ี
มีการทาความสะอาดตามเวร เวรท่กลัวกันคือ เวรส้วม นาปืนใหญ่ ๔ กระบอกเดิมมาแทนท่ปืนรุ่นใหม่ท่ติดต้ง
ี
�
ั
�
ั
เพราะกระดาษชาระเป็นกระดาษฟางหนาท�าให้ส้วมตันบ่อย ไว้ภายหลัง ติดต้งท่อตอร์ปิโด ท่อยิงและรางทุ่นระเบิด
�
วิธีแก้ไขที่ใช้กันคือ “ล้วงส้วม” ที่นักเรียนชั้นใหม่โดนกัน พาราเวน ฯลฯ แล้วเป็นพิพิธภัณฑ์เรืออย่างเป็นทางการ
ี
ส่วนเวลาเรือเดินก็ฝึกกันตามช้นตามแผนการฝึกตลอดภาค ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๐ ท่ดูดีเป็นอย่างมาก
ั
10 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๑๑ ประจำ�เดือน พฤศจิก�ยน ๒๕๖๑

