Page 15 - นาวกศาสตร กมภาพนธ ๒๕๖๕
P. 15
กะลาสี ๔ ไหลเข้าสู่คลังดิน คลังกระสุน พลทหาร อ้างว่าไม่ได้ยิงต่อสู้กับเรือสลุป ยิงเฉพาะเรือลามอตต์ปิเกต์
ื
�
ั
ชุน แซ่ฉ๋ว พลลาเลียงกระสุนแขนขาดเพราะถูกเส้อ ล�าเดียว ไม่สนใจล�าอื่น)
หัวกระสุนกระเด็นเข้าตัดแขน ในห้องกะลาสี ๔ ไฟได้ไหม้ ตามรายงานการรบของ นาวาเอก เบรองเช่ ระบุว่า
�
ื
ื
ื
เส้อชูชีพ เส้อผ้าทหาร และพ้นยาง ทาให้ควันตลบไปหมด เวลา ๐๗.๑๒ น. เรือสลุปเห็นเรือประจัญบานรักษาฝั่ง
ไม่มีใครสามารถเข้าไปได้ โชคดีท่กระสุนนัดน้ไม่ระเบิด (เรือหลวงธนบุรี) เรือล�าที่ข้าพเจ้ายิงใส่เม่อสักครู่ เรือสลุป
ี
ื
ี
�
ื
ั
ิ
�
ถ้าระเบิดข้นนดดนอาจทาให้เรอทงลาระเบิดเป็นจุลทันท ี จึงยิงใส่เรือประจัญบานรักษาฝั่ง เม่อเวลา ๐๗.๑๓ น.
ื
ึ
้
ั
ื
ึ
์
ิ
์
ื
เวลา ๐๖.๕๕ น. เรือลามอตต์ปิเกต์กลัวจะติดต้น พอถงเวลา ๐๗.๑๕ น. เรอดรมองต ดรวลล และเรออะมรล
ั
ิ
ื
์
ู
้
ู
์
เล้ยวหัวกลับหลังหันมาถือเข็ม ๒๓๐° จึงพ้นระยะยิง และ ชารเน่ ก็ระดมยิงอย่างหนัก
ี
มองไม่เห็นเรือหลวงธนบุรี เนื่องจาก นาวาเอก เบรองเช่
ไม่เห็นเรือสลุปลูกหมู่ของตนท้งหมดว่าอยู่ไหน นาวาเอก นาวาเอก เบรองเซ่ รายงานว่า เรือสลุปอะมิรัล
ั
�
เบรองเช่ จึงตัดสินใจนาเรือลามอตต์ปิเกต์ไปทางตะวันตก ชารเน่ ถูกเรือหลวงธนบุรียิงไฟไหม้
ื
อ้อมไปใต้เกาะใบต้ง เพ่อหาเรือลูกน้องจนเจอ จึงแล่นวน นาวาเอก เบรองช่ รายงานว่า “ข้าพเจ้าสามารถ
ั
ิ
ั
รอบเกาะใบต้ง และเล้ยวฉกาจใต้เกาะจานว่งกลับมาทาง ส่องทางไกลเห็นว่า วิถีกระสุนของเรืสลุปยิงดีมาก
ี
เกาะไม้ชี้ใหญ่ และเกาะไม้ชี้เล็กอีกครั้ง เวลา ๐๗.๐๐ น. แต่ทว่าเรือประจัญบานรักษาฝั่งก็ยิงตอบโต้ด้วยปืนใหญ่
เรือลามอตต์ปิเกต์พบเรือสลุป ๒ ล�า เรือดูม้องต์ ดูร์วิลล์ ๒๐๓ มิลลิเมตร ข้าพเจ้าจึงแล่นเรือลามอตต์ปิเกต์เข้าไป
และเรืออะมิรัล ชารเน่ ติดตามด้วยเรือมาร์น และเรือตาอูร์ ช่วยเหลือโดยแทรกไปตรงกลางระหว่างเรือสลุปกับ
ในเขตปฏิบัติการ B3 (ในประมวลของพลเรือโท พัน รักษ์แก้ว เป้ายิง (เรือหลวงธนบุรี) เรือสลุป (อะมิรัล ชารเน่) เมื่อ
�
ลงว่า เรือสลุปตามเรือลามอตต์ปิเกต์ไม่ทัน เบรองเซ่ ถูกระดมยิงอย่างหนัก และแม่นยาจากเรือประจัญบาน
ิ
�
จึงสั่งให้เรือทั้ง ๔ แยกขบวนไปถือเข็ม ๒๓๐°) ในการรบ รักษาฝั่ง (เรือหลวงธนบุรี) จึงทาการท้งวัตถุระเบิดต่าง ๆ
้
�
ประจัญบานในช่วงดังกล่าว เรือหลวงธนบุรีอ้างว่าได้ยิง ลงน�า (ดานาดูปะการังแถวเกาะช้างต้องระวัง -ผู้เขียน)
�
้
ถูกเรือลามอตต์ปิเกต์ บริเวณสะพานเดินเรือ ๒ นัด ดังท่เคยนัดแนะกันไว้ เรือลามอตต์ปิเกต์ได้ยิงปืนใหญ่
ี
ั
เห็นประกายระเบิด และควันพลุ่งข้นมาจากบริเวณน้น เข้าใส่เรือหลวงธนบุรีอีกครั้งเมื่อเวลา ๐๗.๒๒ น. ขณะที่
ึ
�
ชัดเจนจนพลประจ�าป้อมท้ายต่างโห่ร้องไชโย เรือลอยลาอยู่ระหว่างเกาะคลุ้มและเกาะ Bidang
ั
ั
(เกาะใบต้ง) ใกล้ ๆ กันน้นห่างออกไปทางทิศตะวันตก
ลามอตต์ปิเกต์ผละออกจากการรบ เรือสลุปเข้ามาแทน เรือสลุป ดูร์ม้องต์ ดูร์วิลล์ และเรืออะมิรัล ชารเน่ ท่อยู่ทาง
ี
ั
หลังจากน้นเสียงปืนจากลามอตต์บีเกต์สงบลง ด้านเหนือเกาะหวายก็ช่วยระดมยิงเรือหลวงธนบุรีด้วย
โดยเรือแล่นออกไปทางเข็ม ๑๓๕° แต่เรือสลุปดูรม้องต์ ไฟไหม้ลุกลามเรือธนบุรีใต้ดาดฟ้า และดูเหมือนว่า
ดูร์วิลล์ และ อะมิรัล ชารเน่ ยังอยู่ โดยรวมก�าลังกันทาง ในชั่วครู่เดียวป้อมปืนท้ายจะยิงไม่ได้อีกเลย
ตะวันตกของเกาะเหลาใน แล่นลงมาทางใต้พอผ่านเกาะ เวลา ๐๗.๒๕ น. เป้าหมายของเราพยายาม
เหลานอกจึงเล้ยวซ้ายถือเข็มประมาณ ๑๐๐° ระหว่าง หันเรือเบนไปหลบหลังเกาะไม้ซี้ใหญ่ เรือลามอตต์ปิเกต์
ี
เกาะหวายกับเกาะหินลูกหวายนอก ในเวลา ๐๗.๑๒ น. แล่นอย่างเร็วมาทางขวาชิดเกาะจานใกล้เกาะไม้ซ้ใหญ่
ี
เรือสลุปท้งหมดเห็นเรือหลวงธนบุรีตรงช่องระหว่างเกาะง่าม เพื่อจะใช้ตั้งหลักยิงอย่างถนัดทางทิศตะวันออก
ั
ั
ี
ี
และเกาะไม้ช้ใหญ่ จึงช่วยกันระดมยิงเรือหลวงธนบุร ี เป้าหมายของเราท่เห็นระหว่างเกาะต่าง ๆ น้นมีท่าท ี
ซ่งเรือหลวงธนบุรีก็ยิงต่อสู้กับเรือสลุป (แต่ฝ่ายไทย อยู่ในสภาวะล�าบาก ข้าพเจ้าจึงสั่งต้นเรือให้เตรียมพร้อม
ึ
นาวิกศาสตร์ 13
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

