Page 8 - หนังสืออนุสรณ์การจัดสร้างพระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
P. 8
พระประวัติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากร
ุ
เกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอดมศักดิ์ เป็นพระราชโอรส
องค์ที่ ๒๘ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ
เจ้าจอมมารดาโหมด ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๙ ธันวาคม
พุทธศักราช ๒๔๒๓ ตรงกับ แรม ๓ ค่ำ เดือนอ้าย ปีมะโรง
ุ
ในปีพทธศักราช ๒๔๓๖ ในขณะที่พระองค์ท่าน
มีพระชนมายุได้ ๑๓ พรรษา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จไปทรงศึกษาต่อ
ณ ประเทศองกฤษ และทรงเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนนายเรือองกฤษ
ั
ั
ในปีพทธศักราช ๒๔๓๙ ต่อจากนั้นทรงศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย
ุ
ทหารเรือ โรงเรียนปืนใหญ่ และโรงเรียนตอร์ปิโด จนได้เลื่อนยศ
เป็นเรือเอก รวมเวลาที่ทรงศึกษาอยู่ในราชนาวีองกฤษ ๖ ปีเศษ
ั
ุ
เสด็จกลับประเทศไทย ในวันที่ ๒๓ มิถุนายน พทธศักราช ๒๔๔๓
จึงได้รับพระราชทานยศเป็น นายเรือโท (เทียบเท่า นาวาตรี)
พระองค์ทรงเป็นผู้วางรากฐานการบริหารงานของ
กองทัพเรือไทย ทรงได้รับการเชิดชูในหมู่ทหารเรือเรียกขานพระองค์ว่า “องค์บิดาของทหารเรือไทย”
พระองค์ทรงเป็น เรี่ยวแรงสําคัญที่ทําให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นความสําคัญ
และโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชวังเดิม ให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน
พทธศักราช ๒๔๔๙ ส่งผลให้กิจการทหารเรือของไทยมีรากฐานมั่นคง โดยกองทัพเรือได้ยึดถือวัน
ุ
ดังกล่าวของทุกปีเป็น “วันกองทัพเรือ”
ิ
พทธศักราช ๒๔๔๘ ครั้งสมัยที่ทรงพระอสริยยศเป็นกรมหมื่นฯ ท่านได้รับมอบหมายให้จัด
ุ
การศึกษา จัดการปกครอง และการบริหารโรงเรียนนายเรือ ซึ่งพระองค์ ทรงฝึกสอน ปกครอง ดูแล
นักเรียนตั้งแต่เวลาเช้า ๒ โมง จนค่ำทุกวัน พระองค์ทรงคลุกคลีและให้ความเป็นกันเองกับนักเรียน
พระองค์จึงทรงโปรดให้นักเรียนเรียกพระองค์ว่า “เสด็จเตี่ย” และพระองค์ทรงเรียกพระองค์เองว่า
“เตี่ย” ในขณะที่ทรงรับราชการได้ทรงริเริ่มกําหนดแบบสัญญาณธงสองมือและโคมไฟ และเริ่มฝึกฝนพล
อาณัติสัญญาณ (ทัศนสัญญาณ) ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยได้ทรงจัดตั้ง กองสัญญาณ ขึ้นในพทธศักราช
ุ
ั
๒๔๔๓ ต่อมาได้พฒนาเป็นกรมสื่อสารทหารเรือ และเปลี่ยนเป็นกรมการสื่อสารและเทคโนโลยี
สารสนเทศทหารเรือ ตามลําดับจนถึงปัจจุบัน
ุ
พทธศักราช ๒๔๕๔ พระองค์ท่านได้ทรงศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณจากตําราไทย ทรงเขียน
บันทึกตําราสมุดข่อย ด้วยฝีพระหัตถ์พระองค์เอง และรักษาโรคให้ประชาชนทั่วไป โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ทรงเรียกพระองค์เองว่า “หมอพร”
ุ
พทธศักราช ๒๔๖๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งให้พระองค์ท่านดํารงตําแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ต่อจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟาบริพตรสุขุมพนธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพนิต ทรงดํารงตําแหน่งเสนาบดีนี้ได้ไม่นาน จึงได้
ิ
ั
้
ั
ั
ื่
กราบบังคมทูลลาออกจากราชการ เพอพกผ่อนรักษาพระวรกายที่จังหวัดชุมพร ประชวรเป็นไข้หวัดใหญ่
ุ
สิ้นพระชนม์ที่ตําบลหาดทรายรี เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พทธศักราช ๒๔๖๖ สิริพระชนมายุได้
๔๒ พรรษา ๕ เดือน กองทัพเรือจึงถือเอาวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ของทุกปี เป็น “วันอาภากร”

