Page 68 - นาวิกศาสตร์ เดือน กันยายน ๒๕๕๖
P. 68
ปางตาง༛โ༛฿นสยามประทศ༛ดย༛ศาสตราจารยຏ༛เขศรี༛ พระพุทธองคຏทีไทຌจริง
ศรีอรุณ༛฿น༛คำนำสนอประวัติความคิดสรຌางพระพุทธรูป ฿นหนังสือลมดียวกันนีๅเดຌกลาวถึงพระพุทธรูปทีไ
ของเทย༛ตอนหนึไงวา ระบียงรอบองคຏพระปฐมจดียຏ༛มีทัๅงหมด༛๔์༛องคຏ༛ ༛ ༛ ༛
บราณวัตถุทีไพบ฿นประทศเทยมากทีไสุดคือ༛ หลอดຌวยสำริด༛ สรຌางขึๅนจากศรัทธาบริจาคของ
พระพุทธรูป༛ ทีไสรຌางขึๅนหลายยุคหลายสมัย༛ ตัๅงต พุทธศาสนิกชน༛ ระหวาง༛ พ.ศ.๎๑๎๒༛ ༛ ๎๑๎๓༛
พระพุทธศาสนาเดຌผยผขຌามาสูดินดนสยามประทศ༛ ฿นจำนวนพระพุทธรูป༛๔์༛องคຏนีๅ༛ปຓนพระพุทธรูปปาง
มืไอประมาณ༛ ํ,์์์༛ กวาปมาลຌว༛ กอนหนຌานีๅ ตาง༛โ༛༛๒๒༛ปาง༛อาจกลาวเดຌวาปຓนการสรຌางพระพุทธรูป
อีกประมาณกวาครึไงศตวรรษ༛พระพุทธรูปเดຌริไมรก ปางตาง༛โ༛ชุด฿หญทีไสุดทีไคยสรຌางกันมาจนถึงปຑจจุบัน༛
ทำขึๅน฿นประทศอินดีย༛จากระยะวลาละสถานทีไ ซึไงปຓนรัชกาลของพระบาทสมดใจพระจຌาอยูหัวภูมิพล
ทีไพระพุทธศาสนาเดຌสงผานมายังดินดนสยามประทศ༛ อดุลยดช
ยอมมีตัวปรปลีไยนมากมายทีไทำ฿หຌความคิด฿นการ พระพุทธรูปปางตาง༛โ༛༛๒๒༛ปางนัๅน༛คนสวนมาก
สรຌางพระพุทธรูปผิดผกตกตางกันเปบຌาง รูຌจักกันพียงเมกีไปาง༛ ชน༛ ปางมารวิชัย༛ (อานวา༛ ༛ ༛ ༛ ༛ ༛ ༛
“อิริยาบถ༛คืออาการทีไรางกายคลืไอนเหว༛฿นวัน มาระวิชัย)༛หรือปางสะดุຌงมาร༛ปางตรัสรูຌ༛หรือปางสมาธิ༛
หนึไง༛โ༛มนุษยຏมีอิริยาบถ༛๐༛ประการ༛คือ༛นัไง༛ยืน༛นอน༛ ปางปฐมทศนา༛(อานวา༛ปะถมมะทสะนา,༛ปะถมมะ
ดิน༛(Four༛Postures༛:༛Sitting,༛Standing,༛Reclining,༛ ทดสะหนา,༛ปะถมทดสะหนา)༛ปางลีลา༛ปางประทานพร
Walking)༛พระพุทธรูปสรຌางขึๅนจากครงรางพืๅนฐานของ ปຓนตຌน
มนุษยຏ༛จึงมีอิริยาบถชนดียวกับมนุษยຏ༛ดังนัๅนพระพุทธรูป ทีไราชนาวิกสภามีพระพุทธรูปอยูองคຏหนึไง༛ปຓน
จึงอยู฿นอิริยาบถ฿ดอิริยาบถหนึไงสมอ༛฿นอิริยาบถของ พระพุทธรูปสำริด༛ขนาดหนຌาตักกวຌาง༛๒༛นิๅว༛ตอนผม
พระพุทธจຌานัๅน༛มืไอนำมาสรຌางปຓนพระพุทธรูปลຌว ขຌาเปมีบทบาทอยู฿นกองบรรณาธิการนิตยสาร
จะรียกอิริยาบถตาง༛โ༛นัๅนวา༛ปาง༛ปาง฿นทีไนีๅจึงควร นาวิกศาสตรຏ༛ตัๅงตปຓนรือท༛ป༛พ.ศ.๎๑์ํ༛กใคยเดຌ
มีความหมายรวมเปถึง༛พระพุทธจริยาวัตรของพระองคຏ༛ หในพระพุทธรูปองคຏนีๅลຌว༛ละจำเดຌวามืไอราชนาวิกสภา
ละพระพุทธรูปตละปางนัๅนยอมบอกกลาวถึง มีงานพิธีทีไกีไยวกับพิธีทางศาสนาจะตຌองอัญชิญ
พระพุทธประวัติดຌวย พระพุทธรูปองคຏนีๅมาประดิษฐานทีไตຍะหมูบูชาสมอ༛
ลากันวารกทำพระพุทธรูป༛ มีมาตสมัย ทีไจำเดຌมนยำพราะพระพุทธรูปองคຏนีๅมีลักษณะ
พระพุทธจຌายังทรงพระชนมายุอยู༛ตดยหลักฐานทาง ทีไปลก༛คือมีอิริยาบถทีไปลกเมคยพบหในมากอน༛
บราณคดีพระพุทธรูปริไมทำขึๅนมืไอประมาณ พูดจาตามประสาชาวบຌานกใคือ༛นัไงขัดสมาธิ༛มือซຌาย
พุทธศตวรรษทีไ༛๓ วางอยูบนตัก༛มือขวายกขึๅนจับหัวหรือกุมหัว༛ถຌาจะพูด
กวาทีไพระพุทธศาสนาจะขຌาสูดินดนสยาม ฿หຌถูกตຌองกใจะตຌองพูดวาพระหัตถຏซຌายวางบนพระพลา༛
ประทศ฿นสมัยทวารวดี༛กใปຓนวลาประมาณ༛๑์์༛ป༛ พระหัตถຏขวายกขึๅนจับพระศียร༛บรรดาทานผูຌมีกียรติ
หลังจากเดຌมีการทำพระพุทธรูป฿นอินดีย༛ละปຓนวลา ทีไมารวมพิธีกใเมทราบวาปຓนพระพุทธปางอะเร༛หในทา
หลังจากการทำพระพุทธรูป฿นอินดียถึงประมาณกือบ༛ ทานอามือ༛กุมหัว༛หรือ༛กุมขมับ༛ลยรียกกัน
ํ,์์์༛ป ลน༛โ༛วา༛พระพุทธรูปปางปวดหัว༛ละทีไมาของ༛
พระพุทธรูปปຓนงานปฏิมากรรมทีไสรຌางขึๅน ปางปวดหัว༛นีๅกใลยกลาวกันตอ༛โ༛มาวา༛ปຓนหตุ
หลังจากสมดใจพระสัมมาสัมพุทธจຌาสดใจดับขันธຏ ทำ฿หຌทานบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตรຏทีไปຓน
ปรินิพพานลวงลຌวถึงกือบ༛๓์์༛ป༛จึงเมมีผูຌ฿ดคยหใน ผูຌดูลพระพุทธรูปองคຏนีๅตຌองพลอยมีรืไอง༛ปวดหัว༛
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๖ 65

