Page 21 - ศาสนากับความพอเพียง
P. 21
เมื่อเปนเชนนี้ จึงมีความเปนไปไดที่พอโตขึ้น เขาใจอะไรมากขึ้น ความเชื่อเปลี่ยนไป ก ็
อาจรูสึกตองการเปลี่ยนศาสนา หรือกระทั่งเลิกนับถือศาสนา เพราะค นพบว า สิ่งที่
่
ั
ี
ตัวเองยึดถือไมสอดคล องกบศาสนาทีระบุในบตรประชาชนอกต อไป
ั
ไรศาสนาที่เป นศาสนา
่
ในกลุ มของคนทีระบว าไมนับถือศาสนานี้ ยังอาจแบงไดอีกสามกลุ มใหญ ๆ นันคือ
่
ุ
๑. Atheist เปนกลุมที่เชื่อ
ว า ‘ไม มี’ พระเจาและ
เทพเจาใดๆ รวมทั้ง
ชีวิตหลังความตายดวย
๒. Agnostic เปนกลุมที่
เชื่อว าอาจ ‘มี’ หรือ
‘ไม มี’ พระเจาก็ได
ศาสนาเบคอน
ตราบใดที่ยังไม มีข อ
พิสูจนที่แน ชัด พวกเขา
จึงไม ปกใจเชื่อสิ่งใดเลย ชีวิตหลังความตายอาจมีก็ได แตเชื่อว าน าจะไมมีมากกว า
๓. กลุมที่ระบุวา ‘ไม มีอะไรเปนพิเศษ’ คือไมมีศาสนา และไมไดสนใจจะระบุวา
ี
ตัวเองอยู ในกลุ มไหน มความเชออย างไร
่
ื
่
ั
ื
อย างงั้นแล วเมื่อเชื่อสิ่งใดแล ว เราก็มกจะถูกขับเคลอนดวยความเชื่อนั้น กล าวคือ
เราจะมองหาหลักฐานหรือเหตุผลเพื่อสนับสนุนความเชื่อของตัวเองโดยอัตโนมัติ
จะเห็นวาในกลุ มผู ไมนับถือศาสนา ก็ยังมีความเชื่อประจำกลุ มของตน เชน Atheist
‘เชื่อ’ ว าไมมีพระเจา, Agnostic ‘เชื่อ’ ว าอาจมีหรือไมมีพระเจาก็ได และ SBNR
‘เชื่อ’ เรื่องของจิต ไม แปลกที่บางคนจะบอกว านี่ก็คือศาสนานึงที่ไม มีการยึดถือ

