Page 108 - รายงานประจำปี2562
P. 108

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๗๑๐/2562


                                  ข้อเท็จจริงที่พยานโจทก์เบิกความนั้นทราบมาจากการสอบถามและสอบสวนนาย น. ซึ่งถูก
                     กล่าวหาร่วมกระทำความผิดกับจำเลย คำเบิกความของพยานโจทก์จึงเป็นพยานบอกเล่าจากพยานซัด
                     ทอด การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานดังกล่าวศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวังตามประมวล
                     กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227/1 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียา

                     เสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3 เมื่อข้อเท็จจริงที่ว่านาย น. ให้การต่อพยานผู้จับกุมและพนักงานสอบสวน
                     ว่านาย น. พร้อมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 เดินทางไปรับเมทแอมเฟตามีนของกลางด้วยกันและก่อนถึงด่าน

                     ตรวจนาย น. บอกให้จำเลยที่ 2 ส่งกระเป๋าสะพายมาให้แล้วเปิดกระเป๋าหยิบถุงกำมะหยี่ซึ่งภายในมีเมท
                     แอมเฟตามีนออกมาซุกซ่อนไว้ใต้ที่นั่งของนาย น. แล้วคืนกระเป๋าให้จำเลยที่ 2 วางไว้ที่เดิมนั้น คงมีเพยง
                                                                                                         ี
                     คำเบิกความของผู้ร่วมจับกุมและพนักงานสอบสวนเท่านั้น ไม่มีหลักฐานอื่นใดที่จะยืนยันให้รับฟังได้ว่า
                     นาย น. ให้การไว้เช่นนั้นจริง บันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ. 2 ก็ไม่มีข้อเท็จจริงตามที่พยานผู้จับกุม

                     เบิกความอ้างว่านาย น. ได้ให้การไว้ ทั้งโจทก์ไม่ส่งคำให้การชั้นสอบสวนของพยานผู้จับกุมเพื่อยืนยันว่า
                     พยานผู้จับกุมทั้งสองได้ให้การถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้ตั้งแต่ชั้นสอบสวนแล้ว สำหรับชั้นสอบสวนตาม
                     บันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ. 5 ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าว เมื่อได้ความตามที่นาย

                     น. ให้การไว้ในชั้นสอบสวนไม่แน่ใจว่าจำเลยที่ 2 จะทราบเรื่องนี้หรือไม่ ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของ
                     จำเลยที่ 1  ว่าหลังจากไปรับนาย น. ที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วได้ไปรับจำเลยที่ 2 ที่อำเภอ
                     แสวงหา จังหวัดอ่างทอง และคำให้การของจำเลยที่ 2 ว่าจำเลยที่ 1 ขับรถมารับที่ร้านของจำเลยที่ 2
                     ที่อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง คำให้การดังกล่าวนาย น. กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างให้การในวันที่ถูก
                                                                    ื่
                     ส่งตัวต่อพนักงานสอบสวน ยังไม่มีเวลาคิดแต่งเรื่องขึ้นเพอช่วยจำเลยที่ 2 เพียงคนเดียว  ให้พนผิดเชื่อว่า
                                                                                                  ้
                     ให้การตามความจริง จึงฟังได้ว่า นาย น. มีเมทแอมเฟตามีนของกลางอยู่แล้วก่อนที่จำเลยที่ 1 จะขับรถ
                     ไปรับจำเลยที่ 2 ประกอบกับในชั้นพิจารณาทั้งนาย น. และจำเลยที่ 1 ก็เบิกความยืนยันว่า จำเลยที่ 2
                     ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเมทแอมเฟตามีนของกลางและไม่ทราบเรื่องที่จำเลยที่ 1 กับนาย น. จะไปรับเมท

                     แอมเฟตามีนของกลาง เมื่อข้อเท็จจริงได้ความเพียงว่าจำเลยที่ 2 เดินทางมากับจำเลยที่ 1 และนายน.
                     แม้จะเป็นยามวิกาลก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติเสมอไปทั้งเมทแอมเฟตามีนของกลางไม่ได้พบที่ตัวจำเลยที่ 2 แต่
                     ถูกซุกซ่อนอย่างมิดชิดอยู่ในถุงกำมะหยี่ขนาดเล็กจึงเป็นการยากที่จำเลยที่ 2 จะล่วงรู้ได้ และนาย น. ก็ยอมรับว่า
                     เมทแอมเฟตามีนของกลางเป็นของตน พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีข้อเท็จจริงใดที่บ่งชี้ให้เห็นว่าจำเลยที่ 2

                     ร่วมรู้เห็นกับนาย น. และจำเลยที่ 1 ในการครอบครองเมทแอมเฟตามีนของกลาง การที่จำเลยที่ 2 ถูกจับกุม
                     พร้อมนาย น. และจำเลยที่ 1 ไม่เพียงพอที่จะฟังว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดกับนาย น. และจำเลยที่ 1









                        รายงานประจำปี ๒๕๖๒                                                                                                   หน้า | ๙๗
   103   104   105   106   107   108   109   110   111   112   113