Page 11 - sc 1001
P. 11
3
็
ี
ั
ั
1. ขันระบุปญหา ขั นตอนน เกดจากการสังเกตพบเหนปญหารอบ ๆ ตัว แล้วนําไปตั งปญหาและ
ิ
ั
ข้อสังเกต โดยการตั งปญหานั นจะต้องชัดเจนไม่คลุมเครอ
ื
ั
ี
ั
ื
2. ขันตังสมมติฐาน คอ การคาดคะเนคําตอบของปญหาทต้องการศึกษา โดยอาศัยข้อมูล
ิ
ี
ั
ิ
ี
ความร จากประสบการณ์เดม สมมตฐานทดต้องสัมพันธ์กับปญหาและสามารถตรวจสอบได้
้
ู
็
ื
้
3. ขันรวบรวมขอมูล เปนการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสังเกต การสํารวจ หรอการลงมือ
ี
ิ
็
ี
ี
ิ
ู
ทดลองปฏิบัต เพื อพิสจน์ว่าสมมตฐานทตั งไว้ถูกต้องหรอไม่ ในกรณทเปนการทดลอง จะต้องวางแผน
ื
็
ี
ึ
การทดลองอย่างเปนขั นตอน ระบุวัสดอุปกรณทใช้ สารเคมีทใช้และบันทกผลการทดลองอย่าง
ี
ุ
์
ละเอียดทกขั นตอน
ุ
็
ี
้
4. ขันการวิเคราะหขอมูล เปนการนําข้อมูลทได้จากการสังเกต ทดลอง มาแปรความหมาย
์
เพื อจะนําไปสการสรปผล
ู
่
ุ
้
ั
ู
ุ
็
5. ขันสรุปผล เปนการสรปผลจากการทดลอง ทําให้นักศึกษาได้รบความรและคําตอบของ
ั
ปญหา
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร
์
ิ
็
์
ี
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรเปนส งจําเปนอย่างยิ งในการเรยนวิทยาศาสตร เพราะจะทํา
็
์
ึ
ิ
ให้นักศึกษาสามารถคดและแก้ปญหาได้ด้วยตนเอง ดังนั นนักศึกษาจงควรฝกฝนทักษะกระบวนการทาง
ั
ึ
ิ
วิทยาศาสตรเพื อให้เกดกระบวนการทักษะทางวิทยาศาสตร ์
์
็
์
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร แบงออกเปน 13 ทักษะ ได้แก่
่
1. การสังเกต
2. การวัด
3. การจําแนกประเภท
4. การใช้ตัวเลข
5. การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสและสเปสกับเวลา
ื
6. การจัดกระทําและสอความหมายข้อมูล
็
ิ
7. การลงความคดเหนข้อมูล
8. การพยากรณ์
ิ
9. การตั งสมมตฐาน
ิ
ิ
10. การกําหนดนยามเชงปฏิบัติการ
ุ
11. การกําหนดและควบคมตัวแปร
12. การทดลอง
ุ
13. การตีความหมายข้อมูลและการสรปผล

