Page 162 - sc 1001
P. 162
154
ี
ี
ึ
็
ี
ี
ิ
ั
ี
ั
จงจําเปนต้องเขยนรปให้รงสตกกระทบ เส้นปกต และรงสสะท้อนอยู่ในระนาบเดยวกัน โดยทมุมตก
ู
่
กระทบจะกางเทากับมุมสะท้อนเสมอ
ึ
่
่
ซงจากการศึกษาพบว่า วัตถุตาง ๆ จะสะท้อนแสงได้ไม่เทากันขึ นอยูกับลักษณะพื นผิวของวัตถุ
่
ี
ทใช้ในการสะท้อนแสงของวัตถุนั น ๆ โดยวัตถุทมีผิวเรยบจะสะท้อนได้ดกว่าวัตถุทมีผิวขรขระ และ
ี
ุ
ี
ี
ี
็
ี
ี
ี
็
ี
วัตถุทมีผิวเรยบ เปนมันวาวก็จะสะท้อนแสงได้ดกว่าวัตถุผิวขรขระทไม่เปนมันวาว
ุ
้
กฎการสะทอนของแสง
ั
ี
่
ั
ี
ี
รงสตกกระทบ เส้นปกติ และรงสสะท้อนจะอยูบนระนาบเดยวกันเสมอ
่
มุมตกกระทบเทากับมุมสะท้อนเสมอ
่
รูปที 7 แสดงการสะทอนของแสงที วัตถุผิวเรยบแบบตาง ๆ
ี
้
2. การหักเหของแสง
ิ
ิ
ี
การหักเหของแสงเปนปรากฏการณทเกดข ึนเมื อแสงเดนทางผ่านตัวกลางทมีความ
์
็
ี
ั
ี
หนาแนนค่าหนงไปสตัวกลางทมีความหนาแนนอีกค่าหนง ทําให้รงสเบนไปจากแนวเดม ซงการทแสง
่
ู
่
ึ
ี
ึ
ึ
ี
่
ิ
จะหักเหเข้าหาเส้นปกติ หรอเบนออกจากเส้นปกติข นอยูกับคาดัชนหักเหของตัวกลางทั งสอง พิจารณา
ึ
ื
่
ี
่
ตามกฎการหักเหของแสง ดังน ี
่
ี
ี
่
- แสงเคลื อนทจากตัวกลางทมีความหนาแนนน้อยกว่าไปสตัวกลางทมีความหนาแนน
ี
่
ู
มากกว่า รงสของแสงจะหักเหเบนเขาหาเส้นปกติ
ั
ี
้

