Page 852 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 852

จ�ำเลยให้กำรว่ำ โจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมำยของจ�ำเลยกับนำย ส. ก่อนนำย ส. จะ

                                                                 ี
                                                                                            ั
              ถึงแก่ควำมตำย นำย ส. เป็นคนไร้ควำมสำมำรถ มี นำง ด. พ่สำวโจทก์เป็นผู้อนุบำลตำมค�ำส่งศำล
                                                      ี
              เยำวชนและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ท่ดินพิพำทท้ง ๖ แปลง เป็นสินสมรสหรือกรรมสิทธ ิ ์
                                                                ั
              รวมของจ�ำเลยและนำย ส. เจ้ำมรดก ซ่งศำลเยำวชนและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์วินิจฉัย
                                               ึ
                                                                               ื
                                     ี
                                                       ี
              ไว้ในคดีแพ่งหมำยเลขแดงท่ ยชพ ๑๒๖/๒๕๖๓ ท่นำง ด. ผู้อนุบำลของนำย ส. ย่นค�ำร้องขอและศำลม ี
                  ั
              ค�ำส่งอนุญำตให้ผู้ร้องในฐำนะผู้อนุบำลของคนไร้ควำมสำมำรถท�ำสัญญำประนีประนอมยอมควำม
              รังวัดแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพำทซึ่งเป็นสินสมรสให้แก่นำย ส. และจ�ำเลยฝ่ำยละกึ่งหนึ่ง คดี
              ดังกล่ำวถงท่สุดแล้ว ค�ำส่งดงกล่ำวย่อมผูกพันโจทก์ซ่งเป็นผู้จัดกำรมรดกของนำย ส. ในฐำนะผ้สืบสิทธ  ิ
                                                         ึ
                      ึ
                                    ั
                                                                                          ู
                                  ั
                        ี
              ในกำรไปจดทะเบียนรังวัดแบ่งแยกกรรมสิทธ์ท่ดินพิพำทตำมค�ำส่งศำลเพ่อแบ่งให้แก่จ�ำเลย
                                                                         ั
                                                                                ื
                                                       ิ
                                                        ี
                                    ี
                   ึ
                                                                                 ื
                                                                                    ี
               ึ
              ก่งหน่งและแบ่งปันส่วนท่เป็นทรัพย์มรดกของนำย ส. ให้แก่ทำยำทต่อไป เม่อท่ดินพิพำทเป็น
              สินสมรสไม่ใช่สินส่วนตัวของนำย ส. จ�ำเลยจึงมีกรรมสิทธิ์รวมกึ่งหนึ่ง ดังนั้น จ�ำเลยย่อมมีสิทธิ
              ยึดถือครอบครองหนังสือรับรองกำรท�ำประโยชน์และโฉนดที่ดินพิพำททั้ง ๖ แปลง ขอให้ยกฟ้อง
                       ระหว่ำงพิจำรณำ ศำลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีนี้อยู่ในอ�ำนำจ
              พิจำรณำพิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัวหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์
                                                  ั
                                                    ิ
                                                                                 ิ
                                                                               ี
                                                                         ั
                                                                                         ี
                                                                              ิ
                     ั
                        ิ
                             ิ
              คดชำนญพเศษวนจฉย ตำมพระรำชบญญตศำลเยำวชนและครอบครวและวธพจำรณำคดเยำวชน
                 ี
                  �
                                               ั
                                 ั
                              ิ
              และครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๑
                       วินิจฉัยว่ำ คดีน้โจทก์ในฐำนะผู้จัดกำรมรดกของนำย ส. ฟ้องขอให้บังคับจ�ำเลยคืน
                                     ี
                                                                                ื
                                                  ี
                                                            ั
              หนังสือรับรองกำรท�ำประโยชน์และโฉนดท่ดินพิพำทท้ง ๖ แปลง ให้แก่โจทก์เพ่อรวบรวมทรัพย์สิน
              ของเจ้ำมรดกน�ำมำแบ่งปันให้แก่ทำยำท ส่วนจ�ำเลยให้กำรว่ำ ท่ดินพิพำทท้ง ๖ แปลง เป็นสินสมรส
                                                                   ี
                                                                             ั
              ระหว่ำงจ�ำเลยและนำย ส. ไม่ใช่สินส่วนตัวของนำย ส. เจ้ำมรดก กรณีจึงมีปัญหำที่ต้องพิจำรณำ
              ก่อนว่ำที่ดินพิพำททั้ง ๖ แปลง เป็นสินสมรสระหว่ำงจ�ำเลยและนำย ส. หรือเป็นสินส่วนตัวของ
              นำย ส. อันเป็นกรณีที่ต้องบังคับตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ บรรพ ๕ มำตรำ ๑๔๗๑
              และ ๑๔๗๔ จึงเป็นคดีครอบครัวตำมพระรำชบัญญัติศำลเยำวชนและครอบครัวและวิธีพิจำรณำ
              คดีเยำวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๐ (๓)
                       วินิจฉัยว่ำ คดีนี้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัว






                                                     824
   847   848   849   850   851   852   853   854   855   856   857