Page 55 - dee
P. 55
จักรยานโบราณ
ไทยเริ่มมีจักรยานใช้เป็นครั้งแรกใน
สมัยรัชกาลที่ 5 โดย เจ้าพระยาภาสกรวงศ์
(พร บุนนาค) ซึ่งได้นำจักรยานเข้ามาถวาย
แก่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจาอยู่หัว หลังจากการเดินทางกลับจากการ
้
ปฏิบัติหน้าที่พิเศษที่กรุงลอนดอน จักรยานที่
นำเข้ามานั้นมีลักษณะล้อหน้าใหญ่ล้อหลังเล็ก
ก่อนหน้าที่จะพัฒนามาเป็นจักรยานล้อ
เท่ากัน
“รถไบไซ เกล์ [จักรยาน] คือ รถถีบ มี 2 ล้อเรียงกัน มีราคา
ขายคันละ 100 บาทขึ้นไป จนถึงคันละ 300 บาทเศษ”
ิ่
เหตุที่คนไทยนิยมขี่จักรยานเป็นพาหนะ เพราะเรมมี
ถนนหนทางเกิดขึ้น ความนิยมขี่จักรยานของคนไทย
ยังปรากฏในวรรณกรรมขึ้นชื่อเรื่องสี่แผ่นดิน ผลงานของ
หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้บรรยายถึงความนิยม
ที่มา : www.madchima.com
ในการขี่จักรยานในสมัยรัชกาลที่ 5 ไว้ว่า…
“พลอยจำได้ว่าปีนั้นเป็น ร.ศ.118 และพอกลับมาถึงในวังได้ไม่เท่าไร ก็บังเกิดความ
ตื่นเต้นนิยมขี่จักรยาน หรือที่เรียกกันในขณะนั้นว่ารถ ‘ไบซิเกิ้ล’ อย่างขนานใหญ่ เจ้านายข้างใน
เกือบทุกพระองค์หัดทรงจักรยาน แม้แต่พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงหัดอยู่พักหนึ่งที่ สวนเต่า…ความนิยม
ถีบจักรยานเริ่มจากเจ้านายและคุณจอม แล้วก็เริ่มแพร่หลายไปถึงคนตามตำหนักต่าง ๆ”
เครื่องสีฝัด
็
สีฝัด เปนเครื่องฝัดข้าว ที่ชาวนาใช้สำหรับแยก
เมล็ดข้าวเสีย (ข้าวลีบ) และผงฝุ่นละอองออกจากข้าวดี
ชาวนาก็จะนำเมล็ดข้าวดีที่ผ่านเครื่องสีฝัดแล้ว นำไป
จำหน่ายหรือนำไปเก็บในยุ้งฉาง ไว้สีรับประทาน หรือ
เก็บไว้เพาะปลูกต่อไป สีฝัดเป็นเครื่องเป่าลมทีมี
ชุดใบพัดหลายใบอยู่ในตัวสีฝัด ทำด้วยไม้ผสมเครื่อง
เหล็ก รูปทรงมีลักษณะเป็นกล่อง มีขา ๔ ขา ด้านหลัง
กลมมน อีกด้านหนึ่งโปร่งด้านบนมีที่สำหรับใส่ข้าวเปลือก
ให้ไหลลงสู่ตระแกงเหล็ก ที่มีลักษณะห่าง ๆ ด้านหน้ามีใบพัดหมุนด้วยมือ ใบพัด จะพัดเศษผงและ
ข้าวลีบออกไปด้านหลัง ข้าวดีที่มีน้ำหนักมากกว่า จะตกลงด้านหน้าสีฝัด

