Page 167 - การศึกษาศักยภาพการผลิต การตลาดของสหกรณ์การเกษตร เพื่อนำไปสู่การผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการรองรับประชาคมเศรษบกิจอาเซียน
P. 167
114
ั
3) การขนถ่ายวัสดุภายในโรงงาน หรือ ในคลังสินค้า มีการพฒนาจาก บางสหกรณ์
ุ
ที่ใช้ แรงงานคน เครื่องจักร ไปจนถึง รถยก รถบรรทุกขนสินค้า อปกรณ์และเครื่องจักรช่วยในการขนถ่ายสินค้า อาทิ
ื่
ใช้รถยก (โฟล์คลิฟท์– ไม้พาเหรด รถเข็น สายพานล าเลียง) เพอลดแรงงานคน ตลลอดจน การจัดระบบภายใน การ
ขนส่ง มีป้ายบ่งชี้จุดรับสินค้า เครื่องชั่ง ห้องคัดบรรจุ
4) การขนส่งสินค้าระหว่างสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ การจัดการส่วน
ี่
ใหญ่ใน 2 ลักษณะ คือ การขนส่งโดยใช้ รถทั้งรถยนต์และรถบรรทุกของสหกรณ์ทมี ผลัดเปลี่ยนกัน และ การจ้าง
บริษัทขนส่งเอกชนในการขนส่งสินค้าระหว่างสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ
5) การจัดการคลังสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการวางผังสินค้า หรือ สถานที่ ที่จะตั้ง
คลังสินค้า
- จุดรับซื้อ และคลังสินค้า จะเลือกตั้งอยู่ในจุดที่เกษตรกรผู้ผลิตจะขนส่งสินค้ามา
จ าหน่ายได้ง่าย หรืออยู่ในบริเวณแหล่งผลิตหรือจุดใกล้เคียง ซึ่งส่วนใหญ่คลังสินค้าจะอยู่ ณ ที่ตั้งสหกรณ์
- บางสหกรณ์จะมีคลังสินค้าอยู่หลายแห่ง โดยจะท าการแยกหมวดหมู่ ตามชนิด
และประเภทของสินค้า ใช้ระบบ bar codeในการเช็ค stock และจัดระบบบริหารจัดการสินค้า
ื่
6) ระบบในการบริหารสินค้าคงคลัง เพอให้เกิดการหมุนเวียนหรือกระจายสินค้าได้
อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการบริหารจัดการ ดังนี้
- สหกรณ์จะรับทราบปริมาณสินค้าที่เกษตรกรสามารถผลิตได้จากการวางแผนการ
ผลิตของสหกรณ์ ดังนั้น สหกรณ์จึงสามารถบริหารแผนการตลาดได้อย่างเหมาะสม ไม่มีสินค้าคงเหลือค้าง stock
- ใช้ระบบบัญชีคงคลังสินค้า เพอตรวจสอบการหมุนเวียนของสินค้าและป้องกัน
ื่
ความเสียหาย
- สหกรณ์ใช้ระบบบริหารสินค้าคงคลังที่เรียกว่า fifo (First in first out) คือ
สินค้าเข้าก่อนออกก่อน
- ใช้ระบบ stock เพื่อการจ าหน่าย หรือระบายสินค้าได้ตลอดทั้งปี (เช่นข้าวขาว จะ
stock เก็บไม่เกิน 30 ตันต่อ 1 ฤดูการผลิต เมล็ดพนธุ์ stock 50 ตัน ข้าวสุขภาพจะแยกชนิด เก็บไม่เกิน 20 ตัน
ั
สินค้าของสหกรณ์จะมีจ าหน่ายได้ตลอดปี)
- ใช้ระบบการบริหารสินค้าคงคลัง เพอให้เกิดการหมุนเวียนหรือกระจายสินค้า
ื่
จัดระบบโควตาการปลูกกล้วยหอมทอง แก่สมาชิกว่าใครจะปลูกในช่วงเวลาไหน ปริมาณการปลูกเท่าใด เพอให้มี
ื่
ี
ผลผลิตเพยงพอทั้งปี และปริมาณผลผลิตที่พอดีกับความต้องการของตลาด
7) การบริหารจัดการผู้ผลิตวัตถุดิบให้สหกรณ์ (Supplier) เพอให้ได้วัตถุดิบที่มี
ื่
คุณภาพ และ เพยงพอต่อความต้องการในเวลาที่เหมาะสม ผู้ผลิตวัตถุดิบให้สหกรณ์ (Supplier) ส่วนใหญ่ คือ
ี
เกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ โดยสหกรณ์มีแนวทางบริหาร ดังนี้
- การบริหารจัดการการรับซื้อผลผลิตจากสมาชิกโดยการจัดสรรโควตา ซึ่งปริมาณ
ซื้อโควตาของแต่ละรายจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการท าธุรกิจกับสหกรณ์เป็นหลัก เพอให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และ
ื่
เพียงพอต่อความต้องการในเวลาที่เหมาะสม

