Page 269 - Occupational health and safety
P. 269

241


                                                       การปฏิบัติการที่ 2


                               การตรวจวัดเสียงด้วยเครื่องวัดความดังเสียง (Sound level meter)




                      1. หลักการท างานของเครื่องตรวจวัดความดังเสียง (Sound level meter) (วันทนี พันธุ์ประสิทธิ์,
                      2557; พิรัชฎา มุสิกะพงศ์, 2555)
                             เสียง (Sound) หมายถึง พลังงานที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของตัวกลางในลักษณะของการอัด
                      และขยายของโมเลกุลตัวกลางเป็นผลให้มีการเปลี่ยนแปลงความดันบรรยากาศ ท าให้เกิดการเคลื่อนที่
                      ของเสียงในลักษณะของคลื่น โดยจะมีค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับเสียงอยู่ 2 ตัว คือ ความดัง

                      (Sound intensity) หรือความดันเสียง (Sound level pressure) มีหน่วยเป็นเดซิเบล (dB) และ
                      ความถี่ (Frequency) วัดออกมาเป็นรอบต่อวินาที (Cycles per second) หรือ เฮรตซ์ (Hertz; Hz)
                                                                                           ิ
                      โดยช่วงความดันเสียงที่มนุษย์สามารถได้ยินอยู่ที่ 0-140 เดซิเบล และความถี่เสียงที่มนุษย์สามารถได้

                      ยินอยู่ที่ 20 – 20,000 Hz
                             เครื่องวัดระดับความดังเสียง (Sound Level meter, SLM) เป็นเครื่องมือส าหรับวัดความดัง
                      ของเสียง หลักการท างาน คือ ไมโครโฟนจะเปลี่ยนสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณไฟฟาและท าการขยาย
                                                                                           ้
                      สัญญาณโดยวงจรขยาย หลังจากนั้นสัญญาณจะถูกป้อนผ่านวงจรถ่วงน้ าหนัก (A, B, C and D

                      weightings) หรือวงจรกรองความถี่ ต่อมาจะท าการขยายสัญญาณอกครั้งเพอแสดงผลเป็นเครื่องมือ
                                                                                      ื่
                                                                               ี
                      วัดระดับเสียง มีส่วนประกอบที่ส าคัญ ได้แก  ่
                                1) ไมโครโฟน (Omnidirectional microphone) เป็นตัวรับพลังงานเสียง และแปลง
                      เป็นสัญญาณไฟฟ้า เพื่อส่งสัญญาณไฟฟ้าไปสู่ภาคขยายสัญญาณ (Amplifier) ต่อไป

                                2) ภาคขยายสัญญาณ (Pre-amplifier หรือ Attenuator) จะช่วยลดขนาดของ
                      สัญญาณเสียงที่แตกต่างกันให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้เครื่องสามารถรับรู้เสียงที่ผ่านเข้ามาได้ทั้งหมด
                                3) เวทติ้งเนทเวอร์ก (Weighting networks) เป็นการควบคุมการตอบสนองต่อการวัดเสียง
                      ที่มีความถี่แตกต่างกัน สามารถวัดระดับเสียงได ข่าย คือ A, B, C และ D ซึ่งมีความแตกต่างกันดังนี้

                                                                                 ั
                                                                             ี่
                               A-weighted (สเกล A) เป็นตอบสนองต่อเสียงที่ความถตรงกบความรู้สึกของมนุษย์ ใช้เป็น
                      มาตรฐานในการประเมินอันตรายของเสียงต่อระบบการได้ยินของมนุษย์ หน่วย เดซิเบล เอ dB(A) เป็น
                      สเกลที่ใช้ตรวจวัดเสียงเพื่อประเมินอันตรายจากเสียงตามกฎหมายหรือ ตามมาตรฐานเสียง

                               B-weighted ใช้ในการตรวจวัดเสียงทางนิเวศวิทยา หน่วย เดซิเบล บี dB(B) จะตอบสนอง
                      ได้ดีในความถี่ระหว่าง 400–3000 Hz
                               C-weighted ไม่ค่อยมีการกรองเสียง ผลการวัดเสียงจึงใกล้เคียงกับความจริง ใช้ในการวัด
                      เสียงของเครื่องจักรเพื่อออกแบบการควบคุมเสียง หน่วย เดซิเบล ซี dB(C)
                               Z-weighted ใช้วัดเสียงจากการกระทบกระแทก การตอบสนองแบบ Linear หรือ

                      Unweighted
   264   265   266   267   268   269   270   271   272   273   274