Page 84 - Occupational health and safety
P. 84

56



                    1.1 ประเภทของรังสี สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท (อนามัย เทศกะทึก, 2553) ดังนี้
                       1.1.1 รังสีแตกตัวได้ (Ionizing radiation) ซึ่งพบได้จากการประกอบอาชีพทั้งใน

               ภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตรและการแพทย์ ได้แก   ่
                             รังสีแอลฟา (Alpha rays) เป็นนิวเคลียสของอะตอมฮเลียม มีโปรตอนและนิวตรอน
                                                                          ี
               อย่างละ 2 อนุภาค มีอ านาจทะลุทะลวงต่ าเพียงแคกระดาษ อากาศที่หนาประมาณ 2-3 เซนติเมตรน้ า
                                                         ่
               ที่หนาขนาดมิลลิเมตร หรือโลหะบาง ๆ ก็สามารถกั้นอนุภาคแอลฟาได้

                            รังสีบีต้า (Beta rays) มีสมบัติเหมือนอเล็กตรอน มีประจุไฟฟา -1 มีมวลเท่ากับ
                                                                                   ้
                                                              ิ
                ิ

               อเล็กตรอน (น้อยมาก) มีอานาจทะลุทะลวงสูงกว่ารังสีแอลฟาประมาณ 100 เท่า สามารถผ่านแผ่น
               โลหะบาง ๆ ได้ และมีความเร็วใกล้เคียงกับความเร็วแสง
                             รังสีแกมมา (Gamma ray) เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟาที่มีความยาวคลื่นสั้นมาก ไม่มี
                                                                       ้
               ประจุ ไม่มีมวล เป็นรังสีที่มีพลังงานสูง มีความเร็วเท่ากับความเร็วแสงและมีอานาจทะลุทะลวงสูง

               สามารถผ่านแผ่นตะกั่วหนา 8 มิลลิเมตร หรือแผ่นคอนกรีตหนา ๆ ได้
                               รังสีเอ็กซ์ (X-ray) เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่สูง ไม่มีมวล มีความยาวคลื่น 0.01
               – 1 นาโนเมตร เราใช้รังสีเอ็กซ์ในทางการแพทย์เพื่อส่องผ่านเซลล์เนื้อเยื่อ แต่ถ้าได้ร่างกายได้รับรังสีนี้

               มากๆก็จะเป็นอันตราย
                       1.1.2 รังสีที่ไม่แตกตัว (Non-ionizing radiation)
                               รังสีอัลตร้าไวโอเลต (Ultraviolet radiation) เป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างแสง

                                    ็
               ที่มองเห็นได้ และรังสีเอกซ์ มีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 180-400 นาโนเมตร เป็นรังสีที่ไม่สามารถ
               มองเห็นได้ แบ่งเป็น 3 ชนิดได้แก่ อลตร้าไวโอเลตเอ (Ultraviolet A; UVA) อลตร้าไวโอเลตบี
                                                                                    ั
                                               ั
                                        ั
               (Ultraviolet A; UVB) และ อลตร้าไวโอเลตซี (Ultraviolet C; UVC) สามารถพบได้จากดวงอาทิตย์
               โดยอลตร้าไวโอเลตเอ และ อลตร้าไวโอเลตบี สามารถท าปฏิกิริยาเคมีที่ผิวหนังท าให้เกิดวิตามินดี
                    ั
                                        ั
               อย่างไรก็ตามการได้รับรังสียูวีในปริมาณสูง จะท าให้ผิวหนัง และตาถูกท าลายอย่างเฉียบพลัน
                    ั
               ส่วนอลตร้าไวโอเลตซีจะพบในหลอดที่ใช้ส าหรับฆ่าเชื้อและในเปลวไฟที่ใช้ในการเชื่อม ตามปกติ
               แสงอัลตร้าไวโอเลตซี จากดวงอาทิตย์ จะถูกดูดซับในชั้นของโอโซนในชั้นบรรยากาศ
                     1.2 แหล่งก าเนิดแสงแบ่งออกเป็น 2 แหล่ง (วันทนี พันธุ์ประสิทธิ์, 2557) คือ

                        1.2.1 แสงสว่างจากธรรมชาติ (Natural Lighting) แหล่งก าเนิดของแสงสว่างธรรมชาติที่
               ส าคัญ คือ ดวงอาทิตย์ การใช้ประโยชน์จากดวงอาทิตย์อย่างเหมาะสม จะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย
               อย่างมาก
                        1.2.2 แสงสว่างจากการประดิษฐ์ (Artificial Lighting) เป็นแหล่งก าเนิดแสงสว่างที่มนุษย์

               ได้ประดิษฐ์คิดค้นโดยอาศัยธรรมชาติและเทคโนโลยี ได้แก่ หลอดไฟชนิดต่างๆ เช่น หลอดไฟฟาชนิด
                                                                                              ้
               ไส้หลอด, หลอดฟลูออเรสเซนต์, หลอดเมอคิวรี, หลอดโซเดียม เป็นต้น
                     1.3 คุณสมบัติของแสง โดย พิรัชฎา มุสิกะพงศ์ (2555) และ วันทนี พันธุ์ประสิทธิ์ (2557) กล่าว
               ว่าแสงมีคุณสมบัติที่ส าคัญดังนี้

                        1.3.1 การสะท้อน (Reflection) เป็นพฤติกรรมที่แสงตกกระทบตัวกลางแล้วสะท้อนตัว
               ออกถ้าตัวกลางแผ่นตัวกลางเป็นพนผิวเรียบขัดมัน การสะท้อนของแสงจะท าให้มุมตกกระทบเท่ากับ
                                            ื้

               มุมสะท้อนหรือก าแพงสีอ่อนจะสะท้อนแสงได้ดีกว่าวัตถุหรือกาแพงสีทึบหรือเข้ม
   79   80   81   82   83   84   85   86   87   88   89