Page 118 - วิธีวิจัยทางสาธารณสุขศาสตร์เบื้องต้น
P. 118
110
ี
ี
ั
ตวอยางแบบเจาะจง (Purposive sampling) เฉพาะผูท่สามารถใหขอมูลท่มากและลึกตรงประเด็นท ่ ี
ี
ี
ี
ตองการศึกษา และเปนกลุมตัวอยางท่มีขอมูลเก่ยวกับสิ่งท่ผูวิจัยตองการศกษามาก (Information-rich
ึ
case) จํานวน 18 คน นอกจากนี้ยังใชการศึกษารายกรณีจํานวน 4 กรณี ซึ่งในงานวิจัยเชิงคณภาพถอวา
ุ
ื
เปนรูปแบบงานวิจัยที่มีความสําคัญ เพราะทําใหไดองคความรูที่ลุมลึกสามารถทาความเขาใจความซบซอน
ั
ํ
ของปรากฏการณที่ศึกษาไดอยางชัดเจน
ตัวอยาง กลุมตวอยางเขารวมกจกรรมการเสริมสรางการเรียนรูผลกระทบสุขภาพชุมชนจาก
ั
ิ
คุณภาพน้ําเสื่อมโทรมผานการวิเคราะหผลกระทบสุขภาพระดับชุมชน
้
ี
การศึกษานีใชกระบวนการสัมมนาเชิงปฏิบัติการกลุมผูมสวนไดเสีย (Stakeholder group
ั
่
ื
operational seminar) มีวัตถุประสงคเพื่อใหผูมีสวนไดเสียไดรวมกนเรียนรูการใชเครืองมอการวิเคราะห
ํ
่
ผลกระทบสุขภาพระดับชุมชนทสะทอนผลกระทบจากคุณภาพน้าเสื่อมโทรม ประกอบดวยผูเขารวม
ี
กจกรรมการเสริมสรางการเรียนรู จํานวน 30 คน ประกอบดวย ตัวแทนประชาชน 10 คน ตัวแทนผูนํา
ิ
ู
ชุมชน 2 คน ตัวแทนเกษตรกร จํานวน 10 คน ตัวแทนอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมบาน 4 คน
ตัวแทนหนวยงานดานสิ่งแวดลอม 1 คน ตัวแทนหนวยงานดานสาธารณสุข 1 คน และตวแทนจาก
ั
องคกรปกครองสวนทองถน จํานวน 2 คน
ิ
่
ื
้
ื
ตัวอยาง กลุมตวอยางการวิจัยเอกสารเพ่อคนหาองคความรูอาหารพนบานของผูสูงอายุ และ
ั
ปจจัยการคงอยูของอาหารพื้นบาน
การวิจัยจากเอกสาร (Documentary research) โดยการทบทวนวรรณกรรมแบบเรียงรอย
ี
ุ
ิ
ั
ี
่
ถอยคํา (Narrative review) จากเอกสารท่เกยวของกบองคความรูในการแสวงหาวัตถดบ การปรุงและ
คุณคาทางโภชนาการของอาหารพื้นบาน
เกณฑในการเลือกเอกสาร
ขอมูลในการวิจัยเอกสารทงหมดไดมาจากการศึกษาจากสื่อเอกสารในลักษณะตาง ๆ ที ่
ั
้
ั
ี
ุ
้
ื
ั
่
้
ั
้
ั
สอดคลองกบวัตถประสงคของการวิจัย ทงนีผูวิจัยไดตงคณะกรรมการเพ่อชวยในการคดเลือกเอกสารทม ี
ิ
ความเหมาะสมกบการวิจัยครังนี้ ประกอบดวย ผูเชี่ยวชาญดานโภชนาการ ผูเชี่ยวชาญดานภูมปญญา
ั
้
พนบานลานนาดานสุขภาพ และผูเชี่ยวชาญดานการสงเสริมสุขภาพ โดยมเกณฑสําหรับการคดเลือก
ั
ี
ื
้
เอกสารมาใชในการวิจัย (Mogalakwe, 2006; Scott,1990) ประกอบดวย
ี
1.1. ความจริง (Authenticity) โดยคณะกรรมการรวมกบผูวิจัยคดเลือกเอกสารทเปน
ั
่
ั
ี
ี
่
่
ี
ู
ี
เอกสารทแทจริง (Origin) โดยการตรวจสอบขอมลเกยวกบหนวยงานท่เขียนเอกสารวามความนาเชือถอ
่
ั
ื
ื
ี
หรือไม อยางไร รวมถึงขอมลท่ปรากฏในเอกสารนั้นสอดคลองกับขอมลในบริบทอ่นๆ ท่เกิดข้น ณ
ี
ู
ึ
ู
ชวงเวลาที่มีการเขียนเอกสารนั้นอยางไร
่
ื
ู
1.2 ความถกตองนาเชือถอ (Credibility) โดยคณะกรรมการรวมกบผูวิจัยคดเลือกเอกสาร
ั
ั
ี
ดวยการพิจารณาวาเอกสารนั้นจะตองไมมีขอมูลท่ผิดพลาด บิดเบือนหรือคลาดเคลื่อนไปจากความเปน
จริง
1.3 การเปนตัวแทน (Representativeness) โดยคณะกรรมการรวมกบผูวิจัยพจารณา
ิ
ั
ั
วา เอกสารดังกลาวมีความเปนตัวแทนหรือไม โดยการเปนตัวแทนระดบแรก คอ การท่เอกสารนัน
้
ื
ี
ู
ื
ี
ั
สามารถใชแทนหรือเปนแบบฉบับที่แทนเอกสารประเภทเดียวกนไดหรือไม และระดบทสอง คอ ขอมลใน
่
ั
เอกสารที่จะนํามาวิเคราะหนั้นจะตองเปนขอมูลที่เปนตัวแทนของประชากรได

