Page 49 - 02 รายงานวิชาการจังหวัดกระบี่2564
P. 49

- 27 -


                                                                                               ิ
                   หลักกิโลเมตรที่ 9 ประกอบดวยหินทราย หินทรายแปง หินโคลน หินกรวด สีสม สีแดงอฐถึงสีสมแดง
                   ขนาดชั้นหนา สารเชื่อมประสานซิลิกา การเชื่อมประสานไมดีหนบริเวณนี้มีการผุพังสูง จนแทบกลายเปน
                                                                                                        
                                                                    
                                                                       ิ
                   เนื้อดินทั้งหมด
                              3.4.1.5 หินยุคเทอรเชียรี
                                      ิ
                              1) กลุมหนกระบี่ (Krabi Group, Tkb) หนกลุมนี้ประกอบดวย หินดินดาน  หินดินดาน
                                                                   ิ
                                                                                 ิ
                   เนื้อปูนผสม หินทราย และหินทรายแปงสีน้ำตาล น้ำตาลเหลืองและขาว หนปูน บางแหงแทรกสลับดวย
                   ยิปซัมบาง และยังเปนแหลงกาเนิดเชื้อเพลิง เชน ถานหินลิกไนต หินน้ำมัน และยังมีดินเบาบอลเคลย
                                            ํ
                                                               
                     ิ
                                                                               ึ่
                   เกดรวมดวย พบซากหอยกาบเดียวและรองรอยใบไมในบางชั้นหน หินกงแข็งตัว หินโคลน หินทรายแปง
                                                                         ิ
                   หินทราย หินมารล พบซากหอยสกลวิวิพารัสและยิปซัมแพรกระจายทวไป พบซากสัตวมีกระดูกสันหลัง
                                                ุ
                                                                              ั่
                   เปนสัตวเลี้ยงลูกดวยนม 27 ชนิด กลุมหินกระบี่เกิดการสะสมตัวในแองโดดระหวางภูเขา ในบริเวณ
                                                                                
                                                           
                                    
                   จังหวัดกระบี่ คือ แองกระบี่ กลุมหินกระบี่โผลใหเห็นเปนบริเวณแคบหลายบริเวณ เชน ที่สุสานหอยกระบี่
                   บริเวณแหลมโพธิ์ บานหินราว บานเกาะยาว คลองทาปลิง (กรมทรัพยากรธรณี, 2556)
                              3.4.1.6 ตะกอนยุคควอเทอรนารี (Quaternary Sediment)
                                                                                  ิ
                              ประกอบไปดวยตะกอนรวนและตะกอนกงแข็งตัว ที่ผุพงจากหนตนกำเนิดแลวถูกพัดพาจาก
                                                                            ั
                                                                ึ่
                   ที่สูงหรือภูเขาทั้งที่อยูรอบๆ โดยตัวกลางที่แตกตางกัน เชน ทางน้ำ คลื่น กระแสน้ำขน-ลง เปนตน ทำให
                                                                                         ึ้
                   เกดการสะสมตัวของตะกอนบนหินแข็ง และพบกระจายตัวตามแนวลุมน้ำ แมน้ำ และที่ราบทั่วไป สามารถ
                     ิ
                   แบงตะกอนอายุควอเทอรนารี  ไดเปน 5 หนวยตะกอน ไดแก  
                                             ิ
                              1) ตะกอนเศษหนเชิงเขาและตะกอนหนผุ (Colluvial and residual deposits; Qc
                                                                 ิ
                                                                               ี
                   and Qr) ตะกอนเหลานี้เกดจากหินผุสะสมตัวอยูกับที่หรือเคลื่อนที่ไปเพยงเล็กนอย ลักษณะของตะกอน
                                         ิ
                   จะแตกตางกันไปในแตละบริเวณ ขนอยูกบหินตนกำเนิดที่จะใหตะกอนเหลานั้น ลักษณะทวไป
                                                         ั
                                                   ึ้
                                                                                                      ั่
                   ประกอบดวย ดิน ทราย ทรายแปง กรวด ดินเหนียว และเศษหน บางแหงพบวามีดินลูกรังบาง ตะกอน
                                                                        ิ
                                                                                                 
                                                                                                     ี
                   ไมแขงตัว การคัดขนาดไมดี รูปรางเหลี่ยมถงคอนขางเหลี่ยม กอนกรวดมีขนาดตั้งแตขนาดละเอยดถง
                                                                                                         ึ
                                                        ึ
                        ็
                   ขนาดกอนหินมนขนาดใหญ แสดงรองรอยของโครงสรางหินเดิม พบกระจายตัวตามพื้นที่เนินเขาและ
                         
                   ที่เนินลอนลาดคลื่น
                              2) ตะกอนตะพักลำน้ำ (Terrace deposits; Qt) เกิดจากทางน้ำพดพาตะกอนมาสะสม
                                                                                        ั
                                                     ั่
                             ั
                   ตัวเปนตะพกยกระดับขึ้นมา ลักษณะทวไปประกอบดวย ทราย กรวด ทรายแปง ศิลาแลง และลูกรัง
                   (กรมทรัพยากรธรณี, 2556)
                              3) ตะกอนน้ำพา (Alluvial deposits; Qa) เกดจากทางน้ำพัดพาตะกอนมาสะสมตัวตาม
                                                                       ิ
                                          
                   รองน้ำ คันดินแมน้ำ และแองน้ำทวมถึงในบริเวณที่ราบลุม ลักษณะทั่วไปประกอบดวย ทราย กรวด และ
                   เศษหิน
                                                                                     ิ
                              4) ตะกอนที่ลมราบน้ำขึ้นถึง (Tidal flat deposits; Qtf) เกดจากการสะสมตัวดวย
                                           ุ
                                                                          ึ
                    ิ
                                                                                                  
                   อทธิพลของกระแสน้ำขึ้นลงของน้ำทะเลในบริเวณที่น้ำทะเลขึ้นถง ในทนี้ไดรวมเอาตะกอนปาชายเลน
                                                                               ี่
                   ตะกอนหลังปาชายเลน ตะกอนเลนใตน้ำ และตะกอนทรายใตน้ำ ตะกอนสันดอนทราย ทรายในรองน้ำ
                   บริเวณที่ลุมราบน้ำขึ้นถง และสันทรายนอกฝง เอาไวดวยกัน ประกอบดวย ทราย ทรายแปง ทรายเลน
                                       ึ
                                                                   ี
                   ดินเคลย เศษไม รากไม สารอินทรียตาง ๆ และทรายละเอยดที่แขวนลอยมากับน้ำขึ้น-น้ำลง โดยน้ำทะเล
                                                                          ึ
                   เขามาตามลำคลองเล็ก ๆ ที่มีอยูมากมายบนที่ราบน้ำทวมถง ขอบเขตของพนทหนวยตะกอน
                                                                                             ี่
                                                                                          ื้
                   ที่ลุมราบน้ำขึ้นถึงเห็นชัดเจนตามแนวขอบปาชายเลนและปากแมน้ำ
   44   45   46   47   48   49   50   51   52   53   54